วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

จอดสนิท สวาทแคทยิงทดเจ็บดับเืมืองทอง ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกโตโยต้าลีกคัพ



การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าลีกคัพ 2013 รอบ 16 ทีมสุดท้าย 
ที่สนามเฉลิพระเกีจรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา 

"สวาทแคท" นครราชสีมา เอฟซี  2 - 1 "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 

เกมนี้เจ้าถิ่นมีการปรับ เปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยส่งผู้เล่นตัวสำรองที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสเล่นในเกมลีกล งสนามในเกมนี้หลายคน แต่ยังมี อนนท์ บุญสุโข กัปตันทีมนำทัพ โดยวาง ยูสุเกะ คาโตะ ล่าตาข่ายคู่กับ คิม ซอง ยอง ด้านทีมเยือนที่เพิ่งประกาศปลด "ย็อคก้า" สลาวิซ่า โยคาโนวิช พ้นตำแหน่งเก้าอีกกุนซือ โดยเกมนี้ใช้ พล ชมชื่น รับหน้าที่คุมทีมข้างสนาม ส่วนเรื่องตัวผู้เล่นยังมี ดัสกร ทองเหลา และ มาริโอ ยูรอสฟกี้ เป็นตัวชูโรง
 

ออกสตาร์ทเกมช่วง 10 นาทีแรก นครราชสีมา เอฟซี เจ้าถิ่นที่แม้ชื่อชั้นจะเป็นรองทีมเยือนแต่อาศัยเสียงเชียร์ เปิดเกมรุกใสแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกทันที มีโอกาสลุ้นประตูจากจังหวะเตะมุมติดต่อกันถึงสามครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่สามารถเจาะแนวรับของ กิเลนผยอง ได้

เกมเข้า สู่นาทีที่ 12 สวาทแคท มีโอกาสลุ้นพังประตู โชตะ โคอิเดะ ตัดบอลได้ทางด้านซ้ายก่อนจ่ายทะลุเข้ากรอบเขตโทษ มาเล็ก ยาวาหาบ ถึงบอลก่อนแนวรับทีมเยือน กระดกบอลข้าม วีระ เกิดพุดซา ไปแล้ว แต่ยังดีที่ มงคล นามนวด กองหลังเมืองทองยังตามเคลียร์ทิ้งไปได้ ถัดมาไม่ถึงนาที สวาทแคท ได้ลุ้นอีกครั้ง ยูสุเกะ คาโตะ ได้ยิงด้วยซ้ายนอกเขตโทษ แต่บอลพุ่งข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

จากนั้นเป็นโอกาสลุ้นของทีม เยือนบ้างนาที 15 มาริโอ ยูรอฟสกี้ เปิดฟรีคิกด้านขวาบอลเลยลึกมาถึงเสาสอง ปิยพล บรรเทา ได้จังหวะเทกตัวขึ้นโขกแต่บอลยังไม่ตรงกรอบ ผ่าน 20 นาที กิเลนผยอง ทีมเยือนหลังตั้งเกมของตัวเองได้ ก็มีจังหวะในการครองบอลบุกใส่เจ้าถิ่น แต่โอกาสในการจบสกอร์ยังไม่สามารถทำอะไรแนวรับสวาทแคทได้ ทำให้สกอร์ยังเสมอกันอยู่ 0-0



ทั้งสองทีมเริ่มผ่อนเกมและหันมาเน้น การครองบอลเพื่อชิงพื้นที่แดนกลาง เมืองทอง ทีมเยือนทีมได้ดีกว่าเล็กน้อย นาทีที่ 32 ปัก นัม โช ได้ซัดด้วยซ้ายนอกเขตโทษระยะประมาณ 25 หลา แต่บอลพุ่งเหินข้ามคานออกหลังไปอีก จังหวะถัดมานาทีที่ 38 ยังเป็มทีมเยือนที่ได้ลุ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็น ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ได้บอลหลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษด้านขวา เจ้าเลือกที่จะยิงเองที่เสาแรกแต่บอลยังไม่ผ่านมือ มุนเซ่ อุลริช นายด่านเจ้าบ้าน

ช่วงท้ายครึ่งแรกรูปเกมของทั้งสองทีมมีจังหวะเปิด เกมรุกแลกใส่กันอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีโอกาสลุ้นทำประตูด้วยกันทั้งคู่ แต่จังหวะทีเด็ดทีขาดในการพังประตูยังไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นสกอร์ได้ ทีมเยือนเมืองทองฯต้องปรับเปลี่ยนเรื่องตัวผู้เล่น เมื่อ ณภัทร ธำรงศุภกร มีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง ธีรศิลป์ แดงดา ลงมาเล่นแทน ก่อนจะจบครึ่งแรกสกอร์ยังเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มมาสู้กันต่อในครึ่ง หลัง ทั้งสองทีมเร่งสปีดของเกมเร็วขึ้นมีจังหวะทำเกมรุกใส่กันอย่างต่อเนื่อง นาที 52 ปิยพล บรรเทา ของทีมเยือนได้จังหวะพาบอลวิ่งเบียดกับกองหลังเจ้าถิ่นกลิ้งลงในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่าดาวเตะกิเลนผยองพุ่งล้มจึงไม่เป่าให้จุดโทษ นาที 55 เจ้าบ้านนครราชสีมาได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ ยูสุเกะ คาโตะ แต่บอลพุ่งหลุดกรอบที่เสาแรกออกหลังไปนิดเดียว

เกมของเจ้าถิ่น นครราชสีมา เอฟซี ทำเกมรุกใสทีมเยือนได้ดีกว่า นาที 63 มาเล็ก ยาวาหาบ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวพลิกหนี มงคล กระชากบอลหลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษด้านขวาจนสุดเส้นหลัง แต่จังหวะงเปิดยังติดบล็อกแนวรับทีมเยือน ถัดมานาที 65 สวาทแคทได้ลุ้นอีกครั้ง มาเล็ก ได้ซัดหน้าเขตโทษระยะแค่ 20 หลา บอลพุ่งเรียดเฉี่ยวเสาแรกออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
 

นครราชสีมา เอฟซี เจ้าถิ่นยังครองเกมบุกได้อย่างต่อเนื่อง นาที 68 คิม ซอง ยอง ได้จังหวะยิงด้วยขวานอกเขตโทษ บอลพุ่งตรงตัว วีระ ที่รับจังหวะแรกกระฉอกแต่นายทวารทีมเยือนยังตามมารับไว้ได้ ถัดมานาที 69 กลายเป็นเมืองทองฯ ที่บุกน้อยกว่าแต่มาพังประตูขึ้นนำก่อนในจังหวะที่ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวา มาหน้าประตู ธีรศิลป์ แดงดา เทกตัวขึ้นโขกสบัดเสียบเสาสองตุงตาข่ายส่งให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0

นาที ที่ 77 เจ้าถิ่น สวาทแคท มีลุ้นพังประตูตีเสมอจากจังหวะฟรีคิกของ นิรันดร์ฤทธิ์ เจริญสุข ที่ปั่นด้วยซ้ายจากริมเส้นฝั่งซ้ายบอลพุ่งกำลังจะเสียบใต้คาน แต่ วีระ เกิดพุดซา ยังปัดทิ้งออกหลังไปได้ เจ้าถิ่นยังบุกกดดันทีมเยือนอย่างหนัก นาที 80 ยูสุเกะ คาโตะ ลากบอลตัดเข้ามาทางฝั่งซ้าย ก่อนตัดสินใจยิงเองด้วยขวาหน้าเขตโทษแต่บอลกลับพุ่งหลุดออกนอกกรอบไปอย่าง ไม่มีลุ้น

หลังจากบุกกดดันอยู่หน้าเจ้าถิ่นนครราชสีมา เอฟซี ก็มาพังประตูตีเสมอจนได้ในนาทีที่ 84 นิรันดร์ฤทธิ์ เจริญสุข เปิดบอลด้วยชซ้ายจากริมเส้นฝั่งขวามาหน้าประตู คิม ซอง ยอง โฉบมาโหม่งได้ก่อนที่ วีระ จะออกมาตัดบอล ลูกพุ่งเสียบโคนเสาสองเข้าประตู นครราชสีมา ตามตีเสมอ 1-1

นาที 87 มาริโอ ยูรอสฟกี้ มิดฟิลด์ทีมเยือน ซัดฟรีคิกหน้าเขตโทษบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย เมืองทองยังได้บุกต่อเนื่อง นาที 89 ดัสกร ทองเหลา ได้ยิงในเขตโทษแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ มุนเซ่ อุลริช ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ธีรศิลป์ กองหน้าทีมเยือนได้ยิงในกรอบเขตโทษบอลพุ่งเหินข้ามคานออกหลังไปอีก ก่อนจบเกม 90 นาที ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษหาผู้ชนะอีก 30 นาที

ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรกนาทีที่ 93 สวาทแคท มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำ พร้อมพงษ์ กรานสำโรง จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ ยูสุเกะ คาโตะ หลุดเข้ามาดวลเดี่ยวกับ วีระ แต่ดาวชาวญี่ปุ่นกลับซัดไปติดเซฟนายทวารทีมเยือนชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย เวลาที่เหลือแม้ทั้งสองทีมจะพยายามเปิดเกมรุกเพื่อทำประตู แต่ก็ยังไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้ จบช่วงของการต่อเวลาครึ่งแรกสกอร์ยังเสมอกันอยู่ 1-1

ครึ่งหลังของ การต่อเวลาพิเศษสภาพของผู้เล่นทั้งสองทีมเริ่มหมดแรงด้วยกันทั้งคู่ แต่เจ้าถิ่นที่ได้รับเสียงเชียร์ครองบอลบุกได้มากกว่า นาทีที่ 119 แฟนบอลสวาทแคทได้เฮกันทั้งสนาม เมื่อ พร้อมพงษ์ กรานสำโรง ได้จังหวะเกี่ยวบอลหลุดเข้าในกรอบเขตโทษก่อนจะยิงด้วยขวาบอลพุ่งสวนตัว วีระ เกิดพุดซา ตุงตาข่าย ให้สวาทแคทนำ 2-1 ก่อนจะจบเกม นครราชสีมา เอฟซี พลิกเอาชนะ เอสซีจี เมืองทองฯ ไปได้อย่างสนุก 2-1
 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้งสองทีม

นครราชสีมา เอฟซี : มุนเซ่ อุลริช (GK),พลวัฒน์ วังฆะฮาด,โชตะ โคอิเดะ,ไกรเกียรติ เบียดตะคุ,นิรันดร์ฤทธิ์ เจริญศุข (น.95 ยุทธนา เรืองสุขสุด),ชัชปภพ อุสาพรม (น.79 พร้อมพงษ์ กรานสำโรง),คิม ซอง ยอง,ยูสุเกะ คาโตะ,อนนท์ บุญสุโข (C),มาเล็ก ยาวาหาบ (น.113 อภิวัฒน์ เพ็งประโคน),ประลอง สาวันดี
เอส ซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด : วีระ เกิดพุดซา (GK),อาทิตย์ ดาวสว่าง (น.81 ธฤติ โนนศรีชัย),ภานุพงศ์ วงศ์ษา,ดัสกร ทองเหลา (C),ปัก นัม โช (น.63 พิชิตพงษ์ เฉยฉิว),ศิวกร จักขุประสาท,มงคล นามนวด,มาริโอ ยูรอฟสกี้,ปิยพล บรรเทา,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์,ณภัทร ธำรงศุภกร (น.45 ธีรศิลป์ แดงดา)


ข้อมูล:mthai

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น