การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ลีก คัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา
นครราชสีมา เอฟซี 1 - เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2
ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เวลา 18.30 น. คู่ระหว่าง
''สวาดแคท'' นครราชสีมา เอฟซี ทีมอันดับ 8 ในเวทียามาฮ่า ลีก วัน
เจอศึกหนักเปิดบ้านรับมือ ''กิเลนผยอง'' เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
จ่าฝูงแห่งศึกสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก ที่ยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้
ด้านเจ้าถิ่นเกมนี้จะขาดแข้งหลักอย่าง อานนท์ สังสระน้อย
ที่ไม่มีชื่อ และ ปารเมศ มาศขุนทด, นิคม สมหวัง ติดโทษแบน นอกนั้น รอยเตอร์
โมไรร่า ใช้ชุดหลักลงสนามทั้งหมด โดยมี พร้อมพงษ์ กรานสำโรง
กองหน้าตัวเก่งเป็นกัปตันทีม
ขณะที่ทีมเยือน เอสซีจี เมืองทอง ''ย็อคก้า'' สลาวิซ่า โยคาโนวิช
กุนซือใหญ่ จัดทัพโดยใช้ดาวรุ่งของทีม 4 ราย ส่วนตัวหลักก็มี กวิน
ธรรมสัจจานันท์, ดักโน่ เซียก้า และ ธีรศิลป์ แดงดา ลงล่าตาข่าย ส่วน
เอดิวัลโด้ เฮอร์โมซ่า กองหน้ารายล่าสุดมีชื่อสำรอง
ทั้งสองทีมต่างลงเล่นท่ามกลางพื้นสนามที่แฉะไม่น้อยเนื่องสายฝนเทกระหน่ำมา
ตลอดทั้งวัน ก่อนที่จะหยุดก่อนเกมจะเริ่มเพียง 2 ชม.
เริ่มเกมได้ 6 นาที เมืองทอง ได้ทักทายก่อน
ฐิติพันธ์เปิดบอลจากกราบขวา เอกภูมิโขกเสาแรกตรงตัว ประสิทธิ์ ผดุงโชค
รับไว้ได้ ถัดมาเพียงนาทีเดียวเจ้าถิ่นได้ลุ้นบ้าง พร้อมพงษ์แตะบอลคืนให้
จักรี บูรพา ซัดนอกกรอบ 18 หลา แต่ไม่ผ่านมือกวิน น.20
กองเชียร์กิเลนมีเสียวจากเกมสวนกลับ ฮิวส์ มาเชล กระชากบอลขึ้นมาทางซ้าย
ก่อนจะจ่ายตัดเข้ามาให้พร้อมพงษ์ซัดในกรอบโทษ
บอลพุ่งเรียดไม่แรงพอจะผ่านมือกวิน น.20 โคราช น่าได้สุดๆ
พร้อมพงษ์ควบเดี่ยวเข้าในกรอบโทษแปเล่นทางไปเสาไกลกะเสียงมุม
กวินยังเหนียวปัดออกหลังฉิวเฉียด น.24 แผงหลังเมืองทองยังป่วนไม่เลิก
พร้อมพงษ์พาบอลมาทางซ้ายเข้าเขตโทษ ล็อกหลบฐิติพันธ์ยิงยัดด้วยซ้ายเสาแรก
กวินเซฟอีกครั้ง
น.30 จักรพันธ์ พรใส ลองส่องไกล 25 หลา
บอลพุ่งแรกแต่ยังไม่ผ่านมือประสิทธิ์ น.33 ทีมเยือนโหมต่อ
ฐิติพันธ์วางบอลทางริมขวาเกือบมุมใต้คาน ประสิทธิ์ปัดออกหลัง น.45
จังหวะฟรีคิกทางซ้ายของเมืองทอง เอกภูมิเปิดเข้ากลาง กษิดิ์เดชโถมตัวโขก
ประสิทธิ์เซฟได้บอลเด้งมาเข้าทาง ดักโน่ เซียก้า ยิงติดกองหลังโคราช อีก
หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันอยู่ 0-0
เริ่มเกมครึ่งหลัง เมืองทองพยายามโหมเกมบุกใส่อย่างหนัก แต่แผงหลัง
โคราชยังช่วยกันได้เหนียวแน่น จนกระทั่ง น.56
เจ้าถิ่นกว่าหมื่นชีวิตได้เฮกันสนั่น ออกนำ ไปก่อน 1-0 พร้อมพงษ์ กรานสำโรง
พาบอลกระชากหนีแผงหลังทางขวาหลุดเข้ามาในกรอบโทษ
ก่อนจะแปทแยงมุม กวินพุ่งปัดไว้ได้ ก่อนบอลเด้งมาตรงจุดโทษ และเป็น
ฮิวส์ มาเชล ยิงอัดเต็มข้อพุ่งซุกตาข่าย แฟนเจ้าถิ่นได้เฮไม่นาน น.57
เมืองทอง ตีเสมอ 1-1 เอกภูมิได้ลูกส้มหล่น
เมื่อประสิทธิ์โกลโคราชปัดบอลเคลียร์ไม่ดีซัดด้วยขวาบอลพุ่งเรียดตุงตาข่าย
กลางประตู
เกมกลับมาสูสีอีกครั้ง เมืองทองส่ง มาริโอ ยูรอฟกี้, อัดนัน บาราคัต
เสริมแนวรุก น.73
สัมผัสแรกของยูรอฟกี้เกือบทำให้แฟนกิเลนเฮได้โอกาสบรรจงปั่นนอกกรอบ 18 หลา
วิถีบอลโค้งไม่พอหลุดออกหลังไป น.74 ทีมเยือนได้เฮบ้าง
เมื่อธีรศิลป์ได้บอลในเขตกรอบโทษด้านขวาปั่นเข้ามากลางประตูแต่บอลไปเข้าทาง
ดักโน่ เซียก้า วิ่งมาแปเต็มเท้า บอลพุ่งผ่านมือประสิทธิ์เสียบตาข่าย
เมืองทองนำ 2-1
น.83 แฟนโคราชต้องเฮเก้อจากจังหวะฟรีคิกระยะ 23 หลา
พร้อมพงษ์ปั่นด้วยขวาบอลพุ่งอ้อมกำแพงไปแฉลบ เดวิด เลอบาส
เปลี่ยนทางเฉียดเสาแบบสุดเสียว น.84
เมืองทองได้ลุ้นอีกจากเอกภูมิกระชากบอลทางซ้ายล็อกหลอกกองหลังโคราช 2
คนก่อนจะเปิดเข้ากลาง บาราคัตโถมตัวโขกถากเสา หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม
จบเกม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกมาเฉือนชนะนครราชสีมา เอฟซี 2-1
ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น