ที่สนาม อบจ.สระบุรี "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี ทีมอันดับ 9 ที่ลงแข่งขัน 7 นัด ชนะ 3 เสมอ 0 แพ้ 4 มี 9 แต้ม เปิดบ้านรับกมารมาเยือนของ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ซึ่งลงแข่ง 7 นัดเช่นกัน ชนะ 4 เสมอ 3 ยังไม่แพ้ใครมี 15 แต้มนำเป็นจ่าฝูง
เจ้าถิ่นวาง "ดูดู้" หลุยส์ เอดูอาร์โด้ ยืนหัวหอกคู่กับ ชนานันท์ ป้อมบุบผา ส่วนเอสซีจี เมืองทอง ได้ อัดนาน บาราคัต กลับมายืนหัวหอกคู่ ธีรศิลป์ แดงดา พร้อมทั้ง ซุปตาร์ของทีมอย่าง มาริโอ ยูรอฟสกี้ และ ดักโน่ เซียก้า ได้ลงพร้อมเพรียงกัน
เริ่มเกมครึ่งแรก เอสซีจี เมืองทองฯ บุกแหลกทันที แค่นาทีเดียว ธีรศิลป์ แดงดา โชว์สเต็ป ลากบอลผ่าแนวรับ เจ้าถิ่น 3-4 ราย ก่อนที่จะชิ่งสั้นๆ ให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ เหนี่ยวไกยิงเหินข้ามคานเพียงคืบ
ภายหลังจากที่ถูกโหมบุกหนัก น.10 โอสถฯ งัดทีเด็ด เกมสวนกลับเร็วเข้าสู้ หวิดได้ทะลวง เมื่อ "ดูดู้" หลุยส์ เอดูอาร์โด้ หลุดเข้าไปยิงจ่อๆ ทว่า กวิน ธรรมสัจจานันท์ ยังเหนียวแน่นหนึบออกมาเซฟอีกคำรบ
น.16 โอสถฯ ได้ลุ้นยิงประตูจากจังหวะที่ เกรียงศักดิ์ ชุมพรผ่อง ครอสบอลจากซ้ายให้ สุรเดช ธงชัย ยืนโขกโล่งๆ บริเวณเสาสอง บอลหลุดกรอบนิดเดียว เกมหลังจากนั้น เจ้าถิ่นกลับมาครองบอลสู้ได้สนุก ทว่าโอกาสจบไม่เฉียบคม อย่างไรก็ดีหลังทำอะไรแนวรับเมืองทองฯ ไม่ได้ ทำให้เกมของ "พลังเอ็ม" อึดอัด
กระทั่งถึง น.35 มาโดนสำเร็จโทษจนได้ จากจังหวะที่ ธีรศิลป์ แดงดา ยิงก่อน โดน ฉัตรชัย บุตรพรม ออกมาเคลียร์บอลไม่ขาด ทะลักมาเข้าทางปืนของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ จัดการชิพเน้นๆ ไม่เหลือซากพาเอสซีจี เมืองทองฯ ผงาดนำ 1-0 เกมรุกของขุนพล "กิเลนผยอง" กลับมาชีวิตชีวาอีกครั้ง
น.40 เอสซีจี เมืองทองฯ เกือบจะได้ประตูจากจังหวะที่ ฉัตรชัย บุตรพรม นายทวารโอสถฯ ออกมาตัดบอลพลาด ทำให้ ธีรศิลป์ แดงดา วิ่งทะลุแนวรับของเจ้าถิ่นเข้าไปแล้ว แต่จังหวะที่จะเหนี่ยวไกยิง ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า
จนถึงช่วง น.45 มาเสียประตูตีเสมอจนได้จากเกมโต้กลับเร็ว ก่อนที่จังหวะสุดท้าย ชนานันท์ ป้อมบุบผา หัวหอกอดีตเด็กเก่า เอสซีจี เมืองทอง สับไกยิงด้วยซ้าย ตุงตาข่าย ไล่ตีเสมอ 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง เอสซีจี เมืองทองฯ กลับมาครองบอลได้หวือหวาอีกครั้ง มีโอกาสจบสกอร์ 2-3 จังหวะ แต่ก็พลาดไปหมด
น.60 โอกาสที่ เจ้าถิ่นจะได้ประตูขึ้นนำเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อได้ลูกเตะมุม วรรณพล ปุษาปาคม ชิ่งสั้นๆ ให้ เกรียงศักดิ์ ชุมพรผ่อง ก่อนจะคืนกลับมาให้วรรณพลอีกครั้งเบิ้ลต่อให้ดูดู้โหม่งตุงตาข่าย แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า
น.70 "พลังเอ็ม" มาเหลือผู้เล่น 10 คน จากจังหวะที่โหมบุกหนักอยู่ในแดนของเอสซีจี เมืองทอง แต่ไม่มีโอกาสยิง กระทั่งมาเจอเกมโต้กลับเร็วของ ธีรศิลป์ แดงดา ลากจะหลุดแนวรับของเจ้าถิ่นไปแล้ว จนทำให้ กอบเดช ชอบมโนธรรม ต้องตัดสินใจเสียบข้างหลัง ทำให้โดนเหลืองที่สองเป็นใบแดงออกสนามไป
อีก 7 นาทีต่อมา เอสซีจี เมืองทอง น่าจะได้ประตูนำมากที่สุดจากลูกฟรีคิกของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ วางให้ ธีรศิลป์ แดงดา โขกจากเสาแรกโล่งๆ หลุดกรอบเหลือเชื่อ
เกมหลังจากนั้น เป็นทางฝั่งขุนพล "กิเลนผยอง" ที่อาศัยตัวผู้เล่นมากกว่ากรีธาทัพบุกแหลก น.83 มาได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จนได้ จากลูกยิงไกลจากระยะ 35 หลาของ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว บอลพุ่งเร็วอย่างกับจรวดตุงตาข่าย ชนิดที่ ฉัตรชัย บุตรพรม นายทวารโอสถฯ ทำได้เพียงป้องกันด้วยสายตาเท่านั้น
หลังจากนั้นเป็นทาง เอสซีจี เมืองทองฯ ที่พยายามเซตบอลกันเพื่อฆ่าเวลา กระทั่งจบเกม เอาชนะไป 2-1 เกมเพิ่มอีก เป็น 18 แต้ม นำโด่งเป็นจ่าฝูงต่อไปอีกสัปดาห์
หางาน งาน job ประกาศรับสมัครงาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น