วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

"กิเลนผยอง"เปิดบ้านถล่มศรีราชา 4-0 ศึกเอฟ เอคัพ


 
เมืองทองฯ ยูไนเต็ด  4-0  ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี

       ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 ของตารางไทยลีก ทะลุเข้ามาพบกับ "เดอะ บลูมาร์ลิน" ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี ทีมรองบ๊วยในไทยลีก

       คู่นี้เจอกันมาในไทยลีก เลกแรกเล่นที่บ้านของศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี ผลปรากฏว่าเสมอกันมา 0-0 มาเจอกันในรายการนี้ จึงน่าสนใจว่าทีมใดจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป โดยที่เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พลาดแชมป์ทุกรายการแล้วจึงหวังกับถ้วยใบนี้อย่างมาก และการจัดทัพก็ยังเน้นส่งแข้งหลักหลายคนลงสนาม ไม่ว่าจะเป็น กวิน ธรรมสัจจานันท์, ดัสกร ทองเหลา, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, ธีรศิลป์ แดงดา และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

       ส่วน ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี แม้ว่าจะหนีตายในศึกไทยลีกเกมนี้ก็ยังเน้นแข้งหลักเช่นกัน นำทีมโดย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และกองหน้าบราซิลอย่าง คริสเตียโน่ โลเปซ รวมถึงแข้งใหม่อย่าง ดั๊กลาส โคโบ ซึ่งก่อนเกมสายฝนได้กระหน่ำลงมาทำให้สภาพสนามค่อนข้างลื่นและแฉะ

       เปิดฉากขึ้นมาทางทีมเยือน ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซีลงเล่นตั้งรับโดยคุมพื้นที่ในแดนกลางทั้งหมด ทำให้เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ต้องใช้การต่อบอลสั้น พร้อมถ่ายบอลโยกไปมาทั้งซ้ายขวา ก็ไม่อาจหาช่องเข้าทำได้ แข้งศรีราชา ซูซูกอ เอฟซี เล่นด้วยความอดทนอย่างมาก

       แม้ว่าจะรับตลอด นาทีที่ 14 วุฒิศักดิ์ มณีสุข กองหลังศรีราชา ซูซูกิ เอฟซีเข้าสกัด ดักโน่ เซียก้า โดนใบเหลืองเป็นคนแรก

       นาทีที่ 21 หลังของ ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี รวน เมื่อแข้งกิเลนเจาะทางกราบซ้าย วีระวุฒิ กาเหย็ม เปิดเข้าไปกดดันที่หน้าประตู ลูคัส ดาเนียล ประตูออกมาชกบอลไม่ดี เข้าทาง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ยิงสวนกลับยังติดหัวของ ยอดรักษ์ นาเมืองรักษ์ ที่ไปยืนดคุมเส้นโขกออกมาได้

       เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พากันดันบุกเข้าหมด ทำให้ นาทีที่ 22 โดน ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี สวนกลับเร็ว เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้บอลทางกราบซ้ายใช้ความเร็วกระชากบอลหนี ภานุพงศ์ วงศ์ษา แล้วซัดเต็มข้อ ติดมือ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ที่ออกมาดักได้ทัน

       ก่อนที่นาทีต่อมา เมืองทองฯ ยูไนเต็ด จะตั้งเกมกันใหม่ คราวนี้ใช้การวางบอลยาวบ้าง ซึ่งบอลน่าจะเข้ามือ ดาเนียล แต่ออกมาช้าไป โดน ดักโน่ เซียก้า ถึงบอลก่อน ทำให้ ดาเนียล ต้องยอมทำฟาวล์ด้วยการขวาง เซียก้า ผู้ตัดสิน ประพจน์ ดัสสมศรี ชี้เป็นจุดโทษ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ รับอาสาสังหารเอง และยิงด้วยซ้ายไม่พลาด ให้เจ้าบ้านเมืองทองฯ ขึ้นนำ 1-0

       นาทีที่ 32 "เดอะ บลูมาร์ลิน" เปลี่ยนตัวคนแรก ส่งเอา อนุวัฒน์ นาคเกษม แทน อำไพ มุธาพร ที่มีอาการบาดเจ็บ

       นาทีที่ 37 แข้งเมืองทองฯ ที่ยังโหมต่อเนื่องได้บอลทางขวา จักรพันธ์ พรใส กึ่งยิงกึ่งเปิดเข้ามาหน้าประตู ดั๊กลาส โคโบ สกัดเกือบเข้าประตูตัวเอง

       นาทีที่ 39 ดัสกร ทองเหลา แทงบอลทะลุช่องให้ ธีรศิลป์ แดงดา เอาบอลหลบ ลูคัส แดเนียล แต่ไม่มีมุมยิงเปิดจากซ้ายให้ จักรพันธ์ พรใส ก็ยิงข้ามคาน

       นาทีที่ 42 ทางศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี ได้บุกทางกราบซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้บอลแต่คืนหลังให้ ยอดรักษ์ นาเมืองรักษ์ ซัดจากระยะ 35 หลาข้ามคาน

       นาทีเดียวกัน ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี เปลี่ยนตัวรายที่สองด้วยการส่ง สุภภรณ์ พรหมพินิจ แทน อัสชอง จูเลียส ที่เล่นไม่ออก

       นาทีที่ 44 พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ได้โอกาสซัดไกลบ้างก็โด่งไปไกล

       นาทีสุดท้าย ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซีเกือบตีเสมอ เมื่อปล่อยให้ คริสเตียโน่ โลเปซ กระชากเข้าไปในเขตโทษก่อนยิงไปติดขา ภานุพงศ์ วงศ์ษา ที่ล้มตัวขวางไว้ทัน ผ่านครึ่งแรก เมืองทองฯ ยังนำอยู่ 1-0

       ครึ่งหลัง นาทีที่ 47 ศรีราชา บุกจนได้ฟาวล์ระยะ 20 หลากลางประตู ดั๊กลาส โคโบ กดเต็มข้อเท้าขวาบอลพุ่งเฉียดเสาออกหลังนิดเดียว

       นาทีที่ 50 เมืองทองฯ ทำเกมกันสวยก่อนที่ จักรพันธ์ พรใส จะไหลให้ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว กดจากระยะ 25 หลาบอลพุ่งเข้ากรอบประตู ลูคัส ดาเนียล ตัดสินใจทุบออกไป

       นาทีต่อมาเกมรับของศรีราชา ก็โดนเจาะอีกครั้ง เมื่อ ดัสกร ทองเหลา ไหลบอลให้ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ แหวกเข้าไปในเขตโทษแต่ไม่มีมุมยิง เลยผ่านต่อออกทางขวาให้ จักรพันธ์ พรใส เติมขึ้นมาซัดไม่มีเหลือ สกอร์เมืองทองฯ นำ 2-0

       นาทีที่ 52 จัสติน มูเซ่ กองกลางของศรีราชาไปเข้าเสียบสกัดเข้าใส่ ธีรศิลป์ แดงดา ไม่รอดโดนใบเหลืองอีกราย เกมของกิเลนหันมาเน้นการจ่ายบอลสั้นเท้าต่อเท้าเพื่อให้แข้งศรีราชาต้องออก แรงวิ่งไล่

       นาทีที่ 59 วีระวุฒิ กาเหย็ม หลุดขึ้นทางซ้ายตัดสินใจยิงเอง ติดมือดาเนียลออกมาปิดมุมได้ดี นาทีต่อมา วีระวุฒิ กาเหย็ม ตั้งป้อมโยนจากซ้าย ธีรศิลป์ แดงดา โขกที่เสาแรกข้ามคาน

       นาทีที่ 61 เมืองทองฯ เปลี่ยนตัวรายแรก เอา นฤพล อารมณ์สวะ แทน จักรพันธ์ พรใส

       เกมตกเป็นของกิเลนผยองหมดแล้วในช่วงนี้ นาทีที่ 69 ได้ฟรีคิกเยื้องไปทางขวา ร็อบบี้ เปิดเอง อาลี โขกตามน้ำบอลชนเสา

       นาทีต่อมา ศรีราชา เปิดบอลยาวออกซ้ายให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้บอลสุดเส้นหลังตบคืนให้ ยอดรัก นาเมืองรักษ์ เข้ามาซัดก็ข้ามคานไม่มีลุ้น

       นาทีที่ 71 เมืองทองฯ เปลี่ยนตัวอีกราย และส่ง คริสเตียน เคาคู ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาลงสนามอีกครั้งด้วยการแทน ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ส่วนศรีราชาก็เปลี่ยนคนสุดท้ายเอา วัชรพงศ์ มากกลาง แทน พรศักดิ์ ป้องทอง โดยที่เกมก็ยังเป็นไปในรูปแบบเดิมคือเมืองทองฯ เน้นเล่นเกมช้า

       นาทีที่ 78 กิเลนผยองตัดสินใจถอด ดัสกร ทองเหลา ออกมาพัก และส่งดาวรุ่ง อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุมภ์ เข้าเล่นแทน

       เข้ามาถึง 10 นาทีสุดท้าย ทางเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ที่เน้นพลังหนุ่มลงมามากขึ้นก็โหม่งอีกครั้ง ก่อนที่ นาทีที่ 82 จะมาได้ประตูที่สามจาก คริสเตียน เคาคู ที่เปิดบอลยาวจากกราบขวาให้ ธีรศิลป์ แดงดา จับบอลแล้วไหลทะลุช่องให้ อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุมภ์ ลากบอลจี้เข้าหา ลูคัส ดาเนียล โดยไม่ยอมยิงเอง กลับเปิดออกซ้ายให้ นฤพล อารมณ์สวะ จัดการซัดด้วยขวาไม่มีเหลือสกอร์หนีไป 3-0

       เกมของศรีราชาตื้อลงไป นาทีที่ 85 เมืองทองฯ เตะมุมทางขวา นฤพล อารมณ์สวะ เปิดเรียด โคโบ สกัดบอลปลิ้นจะเข้าประตูตัวเอง ดาเนียลต้องปัดทิ้ง

       นาทีที่ 87 การโจมตีของเมืองทองฯ ก็มาได้ผลอีก นฤพล อารมณ์สวะ ตั้งป้อมเปิดจากริมเส้นฝั่งขวาบอลโด่งไปเสาสอง ธีรศิลป์ แดงดา โขกกดลงพื้นเสียบโคนเสาอย่างสวยงามให้ทีมหนีไป 4-0

       เวลาที่เหลือเมืองทองฯ เริ่มผ่อนเกมก่อนที่จะเอาชนะไปในท้ายที่สุด 4-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ โดยจะเข้าไปพบกับ สงขลา เอฟซี ต่อไป

       วาทะโค้ช

       ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ผจก.ทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด "วันนี้ถือเป็นเกมที่เยี่ยมยอดเกมหนึ่งของเมืองทองฯ และไม่คิดว่าสกอร์จะออกมาเยอะขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเรารู้ดีว่าศรีราชาจะมารับแน่น เราจึงพยายามเล่นตามรูปแบบของเราคือคอนโทรลบอลและมองหาประตูแรกให้เร็วซึ่ง เราก็ทำได้ก็อาจจะทำให้สกอร์ไหลอย่างที่เห็น ส่วนรอบรองฯ เจอสงขลายังไม่เคยเห็นแต่ทีมงานเรามีข้อมูลอยู่แล้ว ยังไงเราจะเล่นตามรูปแบบของเราและทำให้ดีที่สุดเพื่อเข้าสู่รอบชิงฯ ให้ได้"

       ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี "มันเหนือความคาดคิดมากที่โดนยิงเยอะขนาดนี้ เราพยายามมาสู้เต็มที่ ซึ่งทุกคนก็ทำได้ดีแล้วแต่สกอร์ออกจะน่าตกใจไปนิด ซึ่งในฐานะโค้ชก็ขอประกาศตรงนี้เลยว่าจะทำการยื่นหนังสือลาออก ไม่ใช่ว่าตนจะหนีปัญหาเพราะเกมในไทยลีกเราก็ยังมีโอกาสรอดตกชั้น แต่ที่ผ่านมาตนเครียดตลอด และยังต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับวงการไทยมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที ในอนาคต"

       รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

       เมืองทองฯ ยูไนเต็ด : กวิน ธรรมสัจจานันท์ 7.5, ภานุพงศ์ วงศ์ษา 6.5, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ 6.5, ดัสกร ทองเหลา 6.5 (อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุมภ์), ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ 7 (คริสเตียน เคาคู 5), ธีรศิลป์ แดงดา 7, ดิยาร์ร่า อาลี 7, จักรพันธ์ พรใส 7 (นฤพล อารมณ์สวะ 6), พิชิตพงษ์ เฉยฉิว 7, ดักโน่ เซียก้า 7, วีระวุฒิ กาเหย็ม 6.5

       ศรีราชา ซูซูกิ เอฟซี : ลูคัส ดาเนียล 5.5, ยอดรัก นาเมืองรักษ์ 6, วุฒิศักดิ์ มณีสุข 5.5, อำไพ มุธาพร - (อนุวัฒน์ นาคเกษม 5), คริสเตียโน่ โลเปซ 6.5, พรศักดิ์ ป้องทอง 5.5 (วัชรพงศ์ มากกลาง 5), เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ 6.5, สุพจน์ วงษ์หอย 6, จัสติน มูเซ่ 7, อัสชอง จูเลียส 5 (สุภภรณ์ พรหมพินิจ 5), ดั๊กลาส โคโบ 6

       แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : กวิน ธรรมสัจจานันท์  ผู้รักษาประตูของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น