(นัดชิงชนะเลิศ)
วันพุธที่ 11 มกราคม 2554
บุรีรัมย์ พีอีเอ 1 - 0 เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
(บุรีรัมย์ชนะ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาทีหลังเสมอใน 90 นาที 0-0)
สนาม : ศุภชลาศัย
ศึก มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2011 รอบชิงชนะเลิศ เป็นการโคจรมาพบกันของ 2 ยอดทีมแห่งยุคระหว่าง "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 แห่งศึกสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 พบกับ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ เจ้าของแชมป์สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้สดๆ ร้อนๆ
ซึ่ง แชมป์รายการนี้จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 3,000,000 บาท พร้อมกับได้สิทธิ์ลงเล่นรอบเพลย์ออฟศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2012 ด้วยการบุกไปเยือน โปฮัง สตีลเลอร์ส ทีมดังจากเกาหลีใต้ ในวันที่ 18 ก.พ. 55 ขณะที่รองแชมป์รับ 500,000 บาท โดยหากว่า บุรีรัมย์ พีอีเอ คว้าแชมป์ถ้วยใบนี้มาครองได้สำเร็จ สิทธิ์ในการลงเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2012 รอบเพลย์ออฟจะตกเป็นของ ชลบุรี เอฟซี ในฐานะรองแชมป์สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 ทันที
สำหรับ 11 ตัวแรกที่จะลงสนามให้กับ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ในระบบ 4-4-2 ผู้รักษาประตู กวิน ธรรมสัจจานันท์, แนวรับจากขวาไปซ้าย ปิยพล บรรเทา, ดิยาร์ร่า อาลี, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ และ วีระวุฒิ กาเหย็ม ขณะที่แผงมิดฟิลด์จากขวาไปซ้ายประกอบด้วย นฤพล อารมณ์สวะ, ดักโน่ เซียก้า, ดัสกร ทองเหลา และ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ขณะที่คู่กองหน้าจะเป็นการจับคู่กันระหว่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ "เดอะ ก็อด" ร็อบบี้ ฟาวเลอร์
ส่วนทางด้าน "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ พีอีเอ ที่รอบรองชนะเลิศเอาชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด มา 2-0 เกมนี้ก็จัดชุดผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนาม โดยยังคงเป็นนักเตะในชุดเดิมจากรอบที่ผ่านมา ไม่มีนักเตะแกนหลักบาดเจ็บรวมถึงติดโทษแบนแต่อย่างใด โดยจะเล่นในระบบ 4-4-2 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตูเป็น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เกมรับมี เอควัลล่า เฮอร์แมน กับ โอบามา โจเซฟ ยืนในตำแหน่งเซนเตอร์ แบ็กซ้ายเป็น ธีราทร บุญมาทัน ส่วนด้านขวาเป็น อภิเชษฐ์ พุฒตาล ขณะที่แดนกลางมี ยุทธจักร ก้อนจันทร์ กับ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ร่วมกันทำเกมตรงกลาง ด้านขวาเป็น จักรพันธ์ แก้วพรม และด้านซ้ายเป็น สุเชาว์ นุชนุ่ม โดยคู่ศูนย์หน้าเป็นคู่หู 2 แฟร้งค์ ทั้ง แฟร้งค์ อาเชียมปง และ แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า
เริ่มเกมขึ้นมาทางฝั่ง บุรีรัมย์ พีอีเอ ได้โอกาสลุ้นเสียวก่อนจากจังหวะฟรีคิกกลางสนาม สุเชาว์ นุชนุ่ม โยนเข้ามาในเขตโทษบอลเลยหัวของ แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า ไปนิดเดียว
ผ่าน มา 15 นาที เกมเปิดแลกกันสนุก 3 นาทีต่อมา ดัสกร ทองเหลา ทำบอลเสียกลางสนาม จักรพันธ์ แก้วพรม ตัดบอลได้ก่อนลากลุยขึ้นมาหลบผู้เล่น เมืองทองฯ แล้วเปิดไปทางซ้ายของกรอบเขตโทษ แฟร้งค์ อาเชียมปง ยืนโล่งก่อนซัดด้วยซ้ายแต่ ดิยาร์ร่า อาลี ปราการหลังเมืองทองฯ พุ่งเข้ามาบล็อกได้หวุดหวิด
นาที ต่อมา บุรีรัมย์ พีอีเอ มีโอกาสได้จบสกอร์จาก แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า ได้ยิงจังๆ ในเขตโทษ แต่ถูกดปฏิเสธจาก กวิน ธรรมสัจจานันท์ แต่หัวหอกแคเมอรูนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปแล้ว
หลังจากนั้นทันควัน "กิเลนผยอง" น่าได้เฮอย่างที่สุดเมื่อ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ได้บอลหลุดมาทางกราบขวาก่อนเปิดตัดเข้ากลางเขตโทษ ธีรศิลป์ แดงดา วิ่งเข้ามาชาร์จจ่อๆ แต่บอลกลับหลุดถากเสาซ้ายมิอออกไปอย่างน่าเสียดาย
เกม เปิดแลกคนละหมัด แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า หัวหอก "ปราสาทสายฟ้า" ได้บอลหลุดทะลุเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ก่อน โอแฮนด์ซ่า จะยิงเต็มข้อแต่โชคร้ายบอลพุ่งไปชนเสาเต็มๆ ชวดได้ประตูอีกครั้งในนาทีที่ 26
เกมผ่านมาครึ่งชั่วโมงแรก เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พยายามเคาะบอลจ่ายตามช่องเข้าทำ แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่กลางสนาม ส่วน บุรีรัมย์ พีอีเอ เน้นการวางบอลยาวโดยมีเป้าหมายที่ แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า
นาที 35 แฟร้งค์ อาเชียมปง ได้บอลกลางสนามก่อนอาศัยความเร็วกระชากหนีผู้เล่นเมืองทองฯ จากกลางสนามจนถึงหน้ากรอบเขตโทษแต่ดันยิงเหินข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
ช่วง 5 นาทีสุดท้าย เป็นฝั่งของ บุรีรัมย์ พีอีเอ ที่ครองบอลเข้าใส่ เมืองทองฯ มากกว่าแต่ยังไม่สามารถทำอะไรกันได้ ก่อนจบครึ่งแรกเสมอกันไปก่อน 0-0
45 นาทีหลังเริ่มขึ้นเป็น บุรีรัมย์ พีอีเอ ที่ชิงจังหวะบุกก่อนเลย โดย แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า เจ้าเก่า โชว์เทคนิคเฉพาะตัวเลี้ยงหลบ 3 แนวรับ เมืองทองฯ ก่อนหลุดไปชิพข้ามตัวของ กวิน ธรรมสัจจานันท์ แต่ไม่พ้น "เจ้าตอง" เซฟไว้ได้หวุดหวิด
"กิเลนผยอง" ยังไม่พ้นอันตราย จังหวะถัดมา อภิเชษฐ์ พุฒตาล แบ็กขวาจอมบุกลุยเข้าไปถึงเส้นหลังก่อนหักเข้ากลางให้ แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า เอี้ยวตัววอลย์กลางกะโหลก แต่ยังเป็น "เทพกวินบินได้" พุ่งปัดไว้ได้อย่างสวยงาม ชวดได้ประตูไปอีกครั้งสำหรับหัวหอกทีมชาติแคเมอรูนชุดเล็ก
ผ่าน ไปครึ่งทางของครึ่งเวลาหลัง เกมของเมืองทองฯ เริ่มดีขึ้น อาศัยการขึ้นเกมของ จักรพันธ์ พรใส ที่มีสปีดความเร็วสูง แต่แผงหลัง "ปราสาทสายฟ้า" ยังแข็งแกร่งป้องกันไว้ได้
3 นาทีถัดมา ดัสกร ทองเหลา ได้ลุ้นทำประตูจากจังหวะฟรีคิก 25 หลาเยื้องมาทางซ้ายแต่ "เจ้าโก้" ปั่นหลุดกรอบไปไม่ได้ลุ้น
บุรีรัมย์ พีอีเอ น่าได้ประตูอย่างที่สุดเมื่อ บูบ้า อับโบ้ ได้วอลเลย์เต็มๆ ในเขตโทษบอลพุ่งจะเสียบสามเหลี่ยมเสาแรกแต่ กวิน ธรรมสัจจานันท์ บินเซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ในนาทีที่ 78
คนละหมัดคนละที จากจังหวะบอลขลุกขลิกหน้าประตูของ "ปราสาทสายฟ้า" บอลมาเข้าทาง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ โค้ชแอนด์เพลย์เยอร์ จับบอลแรกสวยก่อนยิงหักข้อไปทางเสาสองบอลหลุดถากเสาไปอย่างเสียวไส้
ช่วง 5 นาทีสุดท้ายเกมเปิดแลกกันสนุก ผลัดกันรุกรับแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เด็ดขาด
ช่วง ทดเจ็บ 3 นาที บุรีรัมย์ พีอีเอ เกือบได้ประตูชัยหลัง แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า ได้จังหวะซัดในกรอบเขตโทษ แต่ยังติดตัวของ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ซึ่งโชว์ฟอร์มเหนียวเหลือเกินในเกมนี้
จบเกม 90 นาทียังทำอะไรกันไม่ได้ ต้องต่อเวลาพิเศษ 30 นาที
เริ่มช่วงต่อเวลาพิเศษ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค มีโอกาสยิงให้บุรีรัมย์ แต่บอลไซด์หนีหลุดเสาออกไป
บุรีรัมย์ พีอีเอ หาจังหวะเข้าทำดีกว่าชัดเจน บูบ้า อับโบ้ ได้โอกาสยิงไกลเสาสองแต่บอลเจ้ากรรมพุ่งเหินข้ามคานไปอีก
หลัง เสียประตู เมืองทองฯ เดินเกมบุกแลก แต่ความฟิตเป็นรองทางฝั่ง บุรีรัมย์ ที่รอจังหวะสวนกลับได้ตลอด มีโอกาสปิดเกมหลายครั้งแต่ยังเป็น กวิน ธรรมสัจจานันท์ ที่สวมบทเด่นช่วยเซฟให้ "กิเลนผยอง" มือเป็นระวิง
ช่วง สุดท้าย เมืองทองฯ ยูไนเต็ด พยายามเร่งเกมบุกหวังยิงประตูคืนแต่ไม่ทันการณ์หมดเวลา บุรีรัมย์ พีอีเอ ชนะ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด 1-0 คว้าแชมป์มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ไปได้สำเร็จ และถือเป็นดับเบิ้ลแชมป์หลังเพิ่งได้แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกมาก่อนหน้านี้
สำหรับชัยชนะนัดนี้ของบุรีรัมย์ พีอีเอ ส่งผลให้ ''ฉลามชล'' ชลบุรี รองแชมป์ไทยลีก 2011 ได้สิทธิ์ไปเล่นฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ โดยจะออกไปเยือนโปฮัง สตีลเลอร์ส ยอดทีมจากประเทศเกาหลีใต้ วันที่ 18 ก.พ. 2555
วาทะโค้ช
เมืองทองฯ ยูไนเต็ด : ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ "ยอมรับว่าสภาพทีมของเราไม่เต็มร้อย เพราะฉะนั้นความแข็งแกร่งสู่ บุรีรัมย์ พีอีเอ ไม่ได้แน่ ซึ่งเขาฟูลทีมกว่าเรา อย่งาไรก็ตามเราก็มีอากสที่จะได้ประตูหลายครั้งเหมือนกันแต่ก็น่าเสียดายที่ ไม่สามารถทำได้ ซึ่งต้องขอขอบคุณแฟนบอล เมืองทองฯ ทุกคนจากใจจริง และสัญญาว่าฤดูกาลหน้าจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ให้ได้แน่นอน”
บุรีรัมย์ พีอีเอ : อรรถพล ปุษปาคม "วันนี้ต้องชมนักเตะทุกคนที่เล่นด้วยความอดทน ซึ่งจริงๆ เกมควรจะจบใน 90 นาที เพราะเรามีโอกาสหลายครั้งแต่ก็พลาดไป อย่างไรก็ดีการที่นักเตะของเรามีความเข้าในใจเกมและสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ ทำให้วันนี้ 11 คนที่ส่งลงไปตั้งแต่นาทีแรก สามารถเอาแชมป์มาฝากแฟนบอลได้”
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : แฟรงค์ อเชมปง (บุรีรัมย์ พีอีเอ)
คะแนนความสามารถของนักเตะทั้งสองทีม
เมืองทองฯ ยูไนเต็ด : กวิน ธรรมสัจจานันท์ 7, อาลี ดิยาร์ร่า 5.5, ดักโน่ เซียก้า 6, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ 6, วีรวุฒิ กาเหย็ม 5.5 (อานนท์ สังสระน้อย -), ปิยพล บรรเทา 6.5 (อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุมภ์ 5), ณฤพล อารมณ์สวะ 5 (จักรพันธ์ พรใส 6), พิชิตพงษ์ เฉยฉิว 6, ดัสกร ทองเหลา 6, ธีรศิลป์ แดงดา 5.5, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ 5
บุรีรัมย์ พีอีเอ : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน 5, อภิเชษฐ์ พุฒตาล 6.5, โจเซฟ โอบามา 6, เอควัลล่า เฮอร์เเมน 6, ธีราทร บุญมาทัน 5.5, บูบา อับโบ 6 (กีรติ เขียวสมบัติ -), จักรพันธ์ แก้วพรม 6, สุเชาว์ นุชนุ่ม 5.5, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค 5.5, แฟร้งค์ อาเชียมปง 7, แฟร้งค์ โอแฮนด์ซ่า 6


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น