
สน.ปทุมวันโชว์จับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 5 ที่ พัทยา ยูไนเต็ด พบ เมืองทองฯ ยูไนเต็ดโดยผู้ต้องหารับสารภาพเข้าไปขโมยทรัพย์สินของทางทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด จริง ได้ทรัพย์สินกว่าหลายรายการรวมถึงเคยฉกบัตรเครดิตของ สนฉัตร รติวัฒน์นักเทนนิสทีมชาติไทยและอีกหลายคดี
เมื่อวันที่18 ธ.ค. 54 ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวันโดยมี พล.ต.ต. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 เป็นผู้แถลงข่าวการจับกุมผู้ร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์เกมการแข่งขันฟุตบอล เอฟเอ คัพ ระหว่างทีม พัทยา ยูไนเต็ด พบกับ ทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่30 พ.ย. 54 โดยมีการเปิดตัวผู้ต้องหาคือนายวินัย จันทร์สิทธิ์ อายุ 46 ปี ได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์จริง
ซึ่งทางตำรวจสถานีตำรวจปทุมวันได้จับกุมนาย วินัย จันทร์สิทธิ์ ได้เมื่อวันที่17 ธ.ค. 54 และทางผู้ต้องหาได้เล่าเหตุการณ์ในวันที่ไปลักทรัพย์ในเกมการแข่งขันของทีม พัทยา ยูไนเต็ด พบ กับทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ว่าในวันดังกล่าวที่ทาง ทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ดมาเตะกับทีม พัทยา ได้เข้าไปฉกทรัพย์สินของนักเตะทีมเมืองฯ ยูไนเต็ด ภายในห้องแต่งตัว
โดยเห็นว่าไม่มีการรักษาความปลอดภัยที่หนาแน่นพอจริงเข้าไป ฉกทรัพย์สินของทางสโมสรเมืองทองฯยูไนเต็ด และได้โทรศัพท์มือถือของ จักรพันธ์ พรใส นักเตะทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ด และทรัพย์สินอีกอีกหลายรายการโดยทางฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจปทุมวันกำลังดำเนิน การติดตามทรัพย์สินที่ยังไม่ได้คืนจะพยายามติดตามให้ได้คืนโดยเร็วที่สุด
ซึ่ง ประวัติของผู้ต้องหารายนี้เคยเป็นอดีตนักฟุตบอลยามาฮ่า รุ่นอาวุโส ซึ่งได้ก่อเหตุมาแล้วหลายคดีในทำนองเดียวกันคือเข้าไปลักทรัพย์ในสนามฟุตบอล และสถานที่ออกกำลังกายโดยของกลางยึดไว้ได้จากผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาก่อนหน้า นี้แล้วหลายคดีมีทั้งหมดรวมกว่า 42 รายการรวมมูลค่ากว่าหลายแสนบาท ทั้งนี้ผู้ต้องหายังเคยลักทรัพย์ บัตรเครดิตของ สนฉัตร รติวัฒน์ นักเทนนิสทีมชาติไทยอีกด้วย
โดยทางด้าน พล.ต.ต. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ได้กล่าวว่าผู้ต้องหารายนี้ได้ดำเนินการก่อเหตุมาหลายคดีด้วยกันซึ่งแต่ละ คดีจะเกิดที่สนามกีฬาหรือสถานที่ที่มีผู้คนมาออกกำลังกายโดยคนร้ายจะแฝงตัว เข้าไปดูเกมกีฬาเพื่อที่จะหาเหยื่อในสนามและฉกทรัพย์สินที่มีค่าไปซึ่งขอฝาก ประชาชนที่มาชมเกมกีฬาให้รักษาทรัพย์สินที่มีค่าเอาไว้ให้ดีไม่เช่นนั้นอาจ จะตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพ ซึ่งคนเหล่านี้ชอบแฝงตัวอยู่อยู่ทุกสถานที่ซึ่งประชาชนต้องระวังให้เข้มงวด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น