ที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยม "ศึกซูเปอร์บิ๊กแมตช์" ลุ้นแย่งตำแหน่งรองจ่าฝูงของฤดูกาล ระหว่าง "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 ที่เตะมา 30 นัด มี 59 คะแนน เปิดบ้านรับมือ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 2 ที่ลงสนามมา 32 นัด มี 63 แต้ม โดยเลกแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1
ขณะที่นัดล่าสุดของทั้งสองทีม เจ้าถิ่น บุกไปแพ้ ทีทีเอ็ม พิจิตร 1-2 ส่วน ชลบุรี บุกเสมอ ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี 1-1
สำหรับ 11 ผู้เล่นของทั้งสองทีมที่จะลงสนาม เจ้าถิ่น เมืองทองฯ มีพลิกโผ เมื่อ "เดอะ ก็อด" ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ผู้จัดการทีม ส่งตัวเองลงสนามพร้อมปรับเป็นระบบ 4-3-3 โดย ฟาวเลอร์ เล่นริมเส้นฝั่งซ้าย โดยมี ธีรศิลป์ แดงดา เป็นกองหน้าคนเดียว ขณะที่ วีระวุฒิ กาเหย็ม แบ็กซ้ายที่มีอาการบาดเจ็บมาตั้งแต่ซีเกมส์ เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ผ่านความฟิตลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย อย่างพลิกความคาดหมายเช่นกัน
ด้าน ชลบุรี มีปรับทัพเช่นกัน โดย ชลทิตย์ จันทคาม ติดโทษแบน ทำให้ ไพศาล โพธิ์นา ได้ลงสนามแทน ซึ่งจับคู่กับ ดาร์โก ราโคเซวิช ขณะที่แดนกลางไม่มี อดุลย์ หละโสะ ที่มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ สุทธินันท์ พุกหอม ถูกขยับไปตัดเกมแดนกลางแทน ทว่าคู่กองหน้ายังคงเป็น "น้าเทิด" เทิดศักดิ์ ใจมั่น กับ พิภพ อ่อนโม้ เช่นเดิม
เปิดฉากมานาทีแรก สุทธินันท์ พุกหอม ดาวเตะทีมเยือน โดน ดักโน่ เซียก้า กระแทกก่อนจะจิ้มบอลหวังทำประตู ทว่ายังดีที่มีเสียงนกหวีดจากผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกฟาวล์ไปก่อน
นาทีที่ 4 ชลบุรี ได้ลุ้นจากลูกยิงไกลของ "น้าเทิด" เทิดศักดิ์ ใจมั่น บอลพุ่งเหมือนจะเสียบใต้คาน แต่ "เจ้าตอง" กวิน ธรรมสัจจานันท์ ยังลอยตัวปัดบอลทิ้งออกหลังหวุดหวิด
ถัดมา 2 นาที "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา โชว์สเต็ปเทพเมื่อล็อกบอลหลบผู้เล่น ชลบุรี 3-4 คน ก่อนได้ง้างเท้ายิงในเขตโทษด้วยเท้าซ้าย แต่วางเท้าไม่ดีทำให้ยิงแป้กบอลจึงไหลเบาๆ เข้ามือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล รับสบาย
ทั้งสองทีมพยายามเปิดเกมรุกเข้าหากัน แต่เกมรับของทั้งคู่ ยังไม่มีข้อผิดพลาด โดยเจ้าถิ่นเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าในช่วง 15 นาทีแรก ทว่ายังไม่สามารถเจาะตาข่ายผู้มาเยือนจากภาคตะวันออกได้
เกมผ่านมาถึงครึ่งชั่วโมงของการแข่งขัน ชลบุรี เป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ข้างเดียว แต่เกมรุกของ เมืองทองฯ หาช่องเจาะเข้าทำไม่ได้ นอกจากลุ้นจากลูกเปิดทางริมเส้นแต่สุดท้ายเข้ามือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ตลอด
นาทีที่ 29 เมืองทองฯ ที่ครองบอลได้มากกว่าก็สามารถทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ เมื่อ ดัสกร ทองเหลา วางบอลเข้าเขตโทษให้ ดักโน่ เซียก้า จับบอลด้วยเท้าขวาก่อนซัดเต็มข้อด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งเข้าประตูอย่างสวยงาม ให้ เมืองทองฯ ออกนำ 1-0
ถัดมา 2 นาที เมืองทองฯ เกือบนำห่าง เมื่อ ปิยพล บรรเทา ได้หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษฝั่งซ้าย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ปัดบอลได้ ทว่าบอลไหลผ่านหน้าประตูและเป็น ดักโน่ เซียก้า ที่วิ่งเข้ามาซ้ำทว่ากลับลื่นเสียก่อนจึงพลาดโอกาสยิงอย่างน่าเสียดาย
ท้ายครึ่งแรก ชลบุรี โหมบุกมากขึ้นแต่ไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์ได้ ส่วน เมืองทองฯ เน้นความแน่นอนมากขึ้น ทว่าไม่มีโอกาสลุ้นทำประตูที่สองเช่นกัน ทำให้จบ 45 นาทีแรก เมืองทองฯ นำ 1-0
ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันใหม่ ชลบุรี ส่ง แอนโธนี่ เอสปาร์ซ่า ลงสนามแทน ไพศาล โพธิ์นา ส่วน เมืองทองฯ ยึดผู้เล่นชุดเดิมจากครึ่งแรกทั้งหมด
เริ่มเกมมา ชลบุรี เป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่เจ้าถิ่นก่อน และนาทีแรกของครึ่งหลัง เทิดศักดิ์ ใจมั่น เปิดลูกเตะมุมให้ พิภพ อ่อนโม้ โหม่ง แต่กองหลัง เมืองทองฯ ยังสกัดไว้ได้หวุดหวิด
นาทีที่ 54 ชลบุรี เปลี่ยนตัวอีกหนึ่งคน โดยส่งดาวรุ่งอย่าง นูรูล ศรียานเก็ม ลงสนามแทน "น้าเทิด" เทิดศักดิ์ ใจมั่น ซึ่งรูปเกมของ ชลบุรี ดีขึ้นกว่าครึ่งแรก
นาทีที่ 56 พิภพ อ่อนโม้ ได้โอกาสยิงในเขตโทษ แต่ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ยังไม่พลาด
ถัดมา 4 นาที ชลบุรี ที่ทำเกมบุกได้มากกว่าก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้ เมื่อ พิภพ อ่อนโม้ จ่ายบอลให้ สุรีย์ สุขะ หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ ก่อนยิงสวนตัว กวิน ธรรมสัจจานันท์ เข้าประตูอย่างสวยงาม ให้ ชลบุรี ตามตีเสมอ 1-1
หลังเสียประตู เมืองทองฯ เปิดเกมรุกมากขึ้น นาทีที่ 60 ธีรศิลป์ แดงดา พลิกบอลหลบผู้เล่น ชลบุรี 4 คนบริเวณริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนเลี้ยงบอลเข้าเขตโทษและกดเต็มข้อ แต่ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล รับเข้าซอง
นาทีที่ 64 เมืองทองฯ ได้ลุ้นทำประตูแต่กลับต้องมาเสียประตูที่สองให้ทีมเยือน เมื่อ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล รับบอลได้จากลูกฟรีคิกก่อนขว้างบอลเร็วให้ พิภพ อ่อนโม้ พักอกบริเวณกลางสนาม ก่อนตวัดไปข้างหน้าเพื่อให้ นูรูล ศรียานเก็ม วิ่งสปีดมาจากแดนตัวเองก่อนแตะบอลหลบ กวิน ธรรมสัจจานันท์ ที่วิ่งออกมาหวังสกัดแต่ไม่ทัน ทำให้ นูรูล หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงง่ายๆ ไม่เหลือซาก ให้ ชลบุรี แซงนำ 2-1
เกมของ เมืองทองฯ ยังไม่ดีขึ้น หลังจากเสียประตูขึ้นนำ แม้ว่าจะพยายามเปิดเกมรุกมากขึ้นแต่จังหวะจบสกอร์แทบไม่มี
นาทีที่ 75 เจ้าถิ่นเกือบเสียประตูที่สาม จากการยิงไกลของ พิภพ อ่อนโม้ แต่บอลเฉี่ยวสามเหลี่ยมแค่คืบ
นาทีที่ 82 เมืองทองฯ น่าได้ประตูตีเสมอสุดๆ เมื่อ อาลี ดิยาร์ร่า ล็อกบอลหลบ สุทธินันท์ พุกหอม ก่อนตั้งป้อมยิงเหน่งๆ เต็มข้อระยะแค่ 5 หลา แต่ติดเซฟ สินทวีชัย อย่างเหลือเชื่อ
ท้ายเกม เมืองทองฯ พับสนามบุกอย่างหนักก่อนที่ อานนท์ สังสระน้อย ตัวสำรองจะได้ยิงเต็มข้อในเขตโทษ ทว่าแฉลบศีรษะ สุทธินันท์ พุกหอม ออกหลังไปอีก และจากลูกเตะมุม ดักโน่ เซียก้า ได้โหม่งทว่า สินทวีชัย ยังรับไว้ได้อีก
ช่วงทดเวลา เมืองทองฯ บุกหนัก แต่จนแล้วจนรอดไม่สามารถตีเสมอได้ จบเกม เมืองทองฯ เปิดบ้านแพ้ ชลบุรี 1-2 นับเป็นความพ่ายแพ้ในบ้าน 2 เกมติดต่อกัน และเป็นความพ่ายแพ้นัดที่ 3 ในรอบ 4 เกม ส่งผลให้ ชลบุรี ขยับเพิ่มเป็น 66 คะแนน ต้องการ 3 แต้ม ในนัดสุดท้ายกับ บางกอกกล๊าส จะทำให้ ชลบุรี คว้ารองแชมป์ทันที
วาทะโค้ช
ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ผจก.ทีม เมืองทองฯ ยูไนเต็ด "เรารู้ว่าเกมนี้เป็นเกมที่สำคัญที่สุดในฤดูกาลเกมหนึ่ง ซึ่งครึ่งแรกเราเล่นได้ดีและเรามั่นใจว่าจะชนะได้ แต่ครึ่งหลังเหมือนทุกอย่างไม่เป็นใจเท่าไหร่ ซึ่งยอมรับว่าผิดหวังเหมือนกัน แต่เราต้องมีสมาธิต่อไปโดยเฉพาะ มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ที่เป็นเป้าหมายของเรา"
วิทยา เลาหกุล กุนซือ ชลบุรี เอฟซี "ครึ่งแรกเราสั่งให้รับต่ำ แต่นักเตะไม่เชื่อฟัง ทำให้เสียประตูแรก ครึ่งหลังเราเห็นว่า เมืองทองฯ อ่อนกำลังลงไป จึงส่งตัวเร็วๆ ลงสนาม และ นูรูล ซึ่งฝึกซ้อมได้ดี ก็สามารถแสดงให้เห็นว่าเราตัดสินใจไม่ผิดที่ส่งเขาลงสนาม ถึงตอนนี้ยังไม่มั่นใจตำแหน่งรองแชมป์ แต่ฟอร์มในครึ่งหลังเราน่าจะเอาชนะ บีจี ได้"
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เมืองทองฯ ยูไนเต็ด : กวิน ธรรมสัจจานันท์ 5, วีระวุฒิ กาเหย็ม 5, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ 5, ภานุพงศ์ วงศ์ษา 5, อาลี ดิยาร่า 5, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว 5 (จักรพันธ์ พรใส 5), ดัสกร ทองเหลา 5, ดักโน่ เซียก้า 6, ปิยพล บรรเทา 5 (นฤพล อารมณ์สวะ 5), ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ 5 (อานนท์ สังสระน้อย), ธีรศิลป์ แดงดา 5.5
ชลบุรี เอฟซี : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล 6, พุทธินันท์ วรรณศรี 5.5, ดาร์โก ราโคเซวิช 5, ไพศาล โพธิ์นา 5 (แอนโธนี่ เอสปาร์ซ่า 5), อนุชา กิจพงษ์ศรี 5.5, สุทธินันท์ พุกหอม 5.5, คาซูตะ คูชิดะ 5.5, สุรีย์ สุขะ 5.5, ณัฐพงษ์ สมณะ 5, เทิดศักดิ์ ใจมั่น 5 (นูรูล ศรียานเก็ม 5.5), พิภพ อ่อนโม้ 6.5 (ภูริทัต จาริกานนท์ -)
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : พิภพ อ่อนโม้ กองหน้าชลบุรี เอฟซี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น