การแข่งขันฟุตบอล ไทยพรีเมียร์ลีก 2011 เลกสอง นัดประจำวะนอาทิตย์ที่ 18 ธ.ค. 2554
ที่สนามกีฬากลาง จ.ศรีสะเกษ "กูปรีอีนตราย" ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ทีมอันดับ 11 ของตาราง มี 38 แต้มจากการลงสนาม 29 นัด เปิดบ้านพบกับ "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 ของตาราง มี 56 คะแนน จากการลงสนาม 28 นัด ผลงานการเจอกันในเลกแรก เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ชนะ ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี 1-0
เกมนี้เจ้าบ้านขาดนักเตะตัวหลักไปหลายคน ทำให้ทีมค่อนข้างระส่ำไปพอสมควร โดยในรายของ เอกพันธ์ จันดากรณ์ และวิคเตอร์ อมาโร่ ติดโทษแบน ขณะที่ วุฒิชัย ทาทอง ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ รอยเตอร์ กุนซือใหญ่ของทีมต้องจัดชุดผสมลงสนาม โดยมี วัชรพงษ์ กล้าหาญ ลงเฝ้าเสา แนวรับ กีย์ อูแบร์ และธีรชัย งามเจริญ แดนกลางเป็น ราติญโญ่ และฟาบิโอ คอยทำเกม และมี โชล่า จิมมี่ ลงล่าตาข่าย
ส่วนทีมเยือน เมืองทองฯ ยูไนเต็ด จัดทัพชุดที่ดีที่สุดลงสนาม โดยมี กวิน ธรรมสัจจานันท์ ลงเฝ้าเสา แนวรับ ภานุพงศ์ วงศ์ษา และเรห์มาน เซช ยืนเป็นปราการหลังตัวกลาง และโยก ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ มายืนแบ็กซ้าย ขณะที่เกมแดนกลาง ดัสกร ทองเหลา และพิชิตพงษ์ เฉยฉิว คอยขับเคลื่อน ส่วนคู่หัวหอกเป็น อานนท์ สังสระน้อย และธีรศิลป์ แดงดา
เริ่มเกมครึ่งแรกได้เพียงแค่ 7 นาที เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ที่ครองเกมได้เหนือกว่าในช่วงแรก ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อ นฤพล อารมณ์สวะ พาบอลบุกขึ้นมาทางกราบซ้าย ก่อนจะกระชากจนสุดเส้นหลังแล้วตักหยอดล้นไปถึงเสาสอง วรนาถ ทองเครือ ที่ยืนรออยู่แล้วจัดการฮาร์ฟวอลอเลย์ด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบเข้าเสาไกลอย่างสวยงาม
หลังจากกลับมาเขี่ยบอล เป็นทางด้านเจ้าถิ่นที่มีโอกาสได้ลุ้นตีเสมอทันควัน จากเกมรุกทางฝั่งขวาที่ โชล่า จิมมี่ กระชากหนี ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ จนสุดเส้นหลังก่อนเปิดยัดเข้าไปที่เสาแรกให้ ราติญโญ่ ที่รออยู่ตวัดเข้ามาแต่ดันวืดไม่เต็มเท้า ทำให้บอลไปเข้ามือ กวิน ธรรมสัจจานันท์ อย่างสบาย
เจ้าถิ่นมีโอกาสแล้วเริ่มได้ใจ และถัดมาเพียงแค่นาทีเดียวก็มีโอกาสลุ้นอีกครั้ง ฟาบิโอ ดา ซิลวา ตบบอลออกทางริมเส้นฝั่งซ้ายให้ ธีรชัย งามเจริญ ที่เติมขึ้นมาสูง ก่อนเปิดบอลโด่งเข้ามาหน้าประตูหวังจะให้ โชล่า จิมมี่ แต่ กวิน นายทวารดาวรุ่งของ "กิเลนผยอง" ยังออกมาตัดบอลได้อย่างไม่มีปัญหา
หลังจากนั้นดูเหมือนเจ้าบ้านจะเริ่มได้ใจและหาโอกาสบุกลุ้นทำ ประตูอย่างต่อเนื่อง แต่ในจังหวะสุดท้ายก็ยังไม่สามารถพาบอลฝ่าแนวรับเมืองทองฯ ได้ ขณะที่ทีมเยือน "กิเลนผยอง" ที่ถึงแม้จะครองเกมได้เหนือกว่าแต่ก็ยังไม่สามารถพาบอลเข้าไปลุ้นทำประตูที่ สองได้เช่นกัน
นาทีที่ 20 แฟนบอล "กูปรีอันตราย" ต้องร้องด้วยความเสียว เมื่อ ราติญโญ่ ที่ได้บอลบริเวณมุมกรอบเขตโทษฝั่งขวาจัดการซัดเรียดเต็มแรง บอลพุ่งเฉี่ยวเสาไกลออกไปนิดเดียว
ยิ่งได้โอกาสยิ่งได้ใจ ซึ่งหลังจากนั้นอีก 4 นาที ศรีสะเกษ ก็มาพลาดทำประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย เมื่อ ธนา ชะนะบุตร พาบอลแหวกกองหลังเมืองทองฯ ขึ้นทางกราบขวา ก่อนกระชากสุดเส้นหลังแล้วตักไปที่เสาสอง เป็นทางด้าน ดิอาร่า อาลี แบ็กขวาทีมเยือนโหม่งสกัดไม่ดีออกมาเข้าทาง ราติญโญ่ ที่แถวสองระยะแค่เพียง 10 หลา แต่กองกลางชาวบราซิล ดันวอลเลย์โด่งข้ามคานไปอย่างน่าเขกกะโหลก
ถึงแม้ทีมเยือนเมืองทองฯ จะเป็นฝ่ายโดนบุกเป็นส่วนใหญ่ในช่วง 15 นาทีที่ผ่านมา แต่กลับมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 ใน นาทีที่ 36 จากลูกฟรีคิกระยะกว่า 30 หลา ทางริมเส้นฝั่งขวา ดัสกร ทองเหลา เปิดลึกมาถึงเสาสอง วัชรพงษ์ กล้าหาญ นายทวารของเจ้าถิ่นพยายามออกมาตัดบอลแต่ดันชนกองหลังของตัวเอง จนทุบบอลออกมาเข้าทาง "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ก่อนที่หัวหอก "กิเลนผยอง" จะซัดตูมเดียวสวนเข้าไป
หลังเสียประตูที่สอง เจ้าถิ่นพยายามฮึดเร่งเกมเข้าแลกเพื่อทวงประตูคืน และแล้วก็มาทำได้สำเร็จในช่วงท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 41 พิชิตชัย จิวขุนทด วางบอลยาวจากกลางสนามให้ โชล่า จิมมี่ วิ่งเบียดกับกองหลังก่อนหลุดเข้าไปซัดจ่อๆ ให้ ศรีสะเกษ ไล่ตามมาเป็น 1-2
ในช่วงเวลาที่เหลือ ดูเหมือนเจ้าถิ่นจะพยายามฮึดและเติมเกมบุกแหลก แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังทำได้ไม่ดีพอ จบครึ่งแรก เมืองทองฯ ยูไนเต็ด บุกมานำ 2-1
ครึ่งหลัง ยังเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ลูกฮึดจากเสียงเชียร์ของแฟนบอล จึงพยายามเปิดเกมเข้าใส่ทีมเยือนตั้งแต่ผู้ตัดสินเริ่มเป่านกหวีดเริ่มการ แข่งขัน แต่ก็ได้แค่ครองเกมบุกได้เหนือกว่าเท่านั้น แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่สามารถพาบอลเข้าไปทำประตูได้
นาทีที่ 66 เจ้าถิ่นศรีสะเกษฯ ยังคงมีโอกาสบุกอย่างต่อเนื่อง และมาได้ลุ้นทำประตูจากจังหวะที่ ฟาบิโอ ถ่ายบอลออกทางริมเว้นขวาให้ ธนา ชะนะบุตร ก่อนหาจังหวะครอสบอลเข้ามาหน้าประตู แต่ติดขา เรห์มาน เซช ที่แหย่ขาสกัดไว้ บอลยังเด้งมาเข้าทาง ราติญโญ่ แต่จังหวะนี้มิดฟิลด์ชาวบราซิล ก็ยังซัดข้ามคานออกไปอีก
เกมเริ่มแผ่วลงไปบ้าง หลังจากเจ้าถิ่นพยายามบุกแล้วไม่ได้ประตู ขณะที่เมืองมองฯ ก็พยายามเน้นการต่อบอลเพื่อคุมจังหวะของเกมให้กลับมา ทำให้โอกาสการลุ้นทำประตูเริ่มน้อยลงไปด้วย
นาทีที่ 78 "กิเลนผยอง" เกือบได้ประตูที่ 3 เมื่อ ปิยพล บรรเทา จ่ายบอลให้ ธีรศิลป์ แดงดา ใช้ความสามารถแหวกผ่านแนวรับของเจ้าถิ่นก่อนได้ซัดเรียดด้วยซ้าย แต่ยังดีที่ วัชรพงษ์ กล้าหาญ เหยียดขาสกัดออกมาได้อย่างปลอดภัย
เจ้าบ้านก็ได้ลุ้นเช่นกัน เมื่อ จิมมี่ โชล่า ที่ได้บอลทางกราบซ้ายจากการจ่ายของฟาบิโอ พยายามกระชากบอลจี้เข้าที่เสาแรก ก่อนตัดสินใจซัดเต็มข้อด้วยเท้าขวา แต่บอลกลับหลุดเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย
ศรีสะเกษฯ ต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ใน นาทีที่ 82 หลังจากที่ ธีรชัย งามเจริญ ซึ่งพยายามเข้าสกัดบอล แต่พลาดหงายปุ่มสตั๊ดยันเข้าที่ขาของ ธีรศิลป์ แดงดา ซึ่งพยายามจะฉกบอลหนี จน "เจ้ามุ้ย" ต้องล้มลงไปนอนกองกับพื้น ทำให้ผู้ตัดสิน ประพจน์ ดิสสมศรี ต้องชูใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงไล่ ธีรชัย ออกจากสนามทันที
เข้าสู่ช่วงท้ายเกมศรีสะเกษฯ เอฟซี ยังเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถทำประตูตีเสมอได้
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่เน้นการครองบอลเพื่อดึงเวลาให้หมดลง สุดท้ายผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกม ทำให้ เมืองทองฯ บุกมาคว้าชัยเหนือ ศรีสะเกษ เอฟซี 2-1 เก็บเพิ่มได้อีก 3 แต้ม
วาทะโค้ช
รอยเตอร์ โมไรร่า กุนซือทีมศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี "เกมในครึ่งแรกนักเตะของเราค่อนข้างเล่นได้ผิดพลาดเยอะมาก ทำให้มาพลาดเสียประตูเร็วไปหน่อย จนเกมต้องอยู่ในความกดดัน แต่ครึ่งหลังเรากลับมาคุมเกมได้เหนือกว่า ทำให้โอกาสเปิดมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม การจบสกอร์ก็ยังคงมีปัญหาเช่นเคย"
รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผจก.ทั่วไปเมืองทองฯ ยูไนเต็ด "เจ้าบ้านค่อนข้างเล่นได้ดีมาก และสร้างความปั่นป่วนให้กับเราอย่างต่อเนื่อง แต่เราโชคดีที่สามารถยิง 2 ประตู ได้เร็ว และหันกลับมาพยายามคุมเกมให้ได้ และสุดท้ายก็รักษาสกอร์ที่นำอยู่ไว้จนเก็บชัยชนะได้สำเร็จ"
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ศรีสะเกษ เมืองไทยฯ : วัชรพงษ์ กล้าหาญ 6, พิชิตชัย จิวขุนทด 6, กีย์ ฮูแบร์ 6 , นรงฤทธิ์ บุญสุข 6 (ปิยะวัฒน์ ทองแม้น -), ธีรชัย งามเจริญ 6, สุพรรณ หาดคำ 5.5, ฟาบิโอ ดา ซิลวา 6, ราติญโญ่ 6, ธนา ชะนะบุตร 6, อัศวิน บุญมั่น 6 (วิชา นันทะศรี 5), จิมมี่ โชล่า 6.5
เมืองทองฯ ยูไนเต็ด : กวิน ธรรมสัจจานันท์ 7, เซช เรห์มาน 7.5, ภานุพงศ์ วงศ์ษา 7.5, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ 7, ดิยาร์า อาลี 7, ดัสกร ทองเหลา 7.5, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว 7.5, นฤพล อารมณ์สวะ 7 (จักรพันธ์ พรใส -), วรนาถ ทองเครือ 7.5 (ปิยพล บรรเทา 6), ธีรศิลป์ แดงดา 8, อานนท์ สังสระน้อย 6 (ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ 6)
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าเมืองทองฯ ยูไนเต็ด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น