ภายในปีนี้ยอดทีมของเมืองไทยอย่าง ''กิเลนผยอง'' เมืองทองฯ ยูไนเต็ด มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของเฮดโค้ชบ่อยครั้ง นับจากต้นฤดูกาลที่ปรับ เรเน่ เดอซาเยียร์ ออกและมอบหมาย คาร์ลอส โรแบร์โต้ คาร์วัลโย่ ชาวบราซิลเข้ามาทำหน้าที่ แต่ทำได้ไม่นาน เมื่อทีมตกรอบ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในรอบเพลย์ออฟ ก็ปรับมาเป็น เอ็นริเก้ คาลิสโต้ อดีตกุนซือทีมชาติเวียดนาม ชาวโปรตุเกส
แต่แล้วหลังจากที่ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ต้องตกรอบ เอเอฟซี คัพ และ โตโยต้า ลีก คัพ ก็มีการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง ซึ่งแฟนบอลก็สนใจว่าจะเป็นใครเข้ามาทำหน้าที่แทน และไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อเมื่อบอร์ดบริหารตัดสินใจเลือก ''ก็อด'' ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ขึ้นมาทำหน้าที่โค้ชแอนด์เพลเยอร์คนใหม่
ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก รวมถึงความสนใจจากแฟนบอลไทยไปก่อนหน้านี้ ในการเดินทางมาร่วมทีม ''กิเลนผยอง'' เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ใครเลยจะคาดคิดว่าลีกของไทยจะมีแข้งระดับโลกเช่นนี้มาร่วมสร้างสีสัน แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว แถมมาฮือฮาอีกครั้งกับการก้าวมาเป็นโค้ชเสียเอง
ความจริงดาวยิงอดีตตำนานของ ''หงส์แดง'' ลิเวอร์พูล รายนี้ฝันที่จะเป็นโค้ชมาหลายปีแล้ว ในวันย่างเข้า 36 ปีเช่นนี้ก็ย่อมที่จะมองถึงเส้นทางการเป็นโค้ช แต่ด้วยส่วนลึกของจิตใจที่ยังมีพลังในการเล่นฟุตบอลอยู่ ก็ทำให้ ฟาวเลอร์ ยังสนุกสนานกับชีวิตในส่วนนี้ และรอเวลาที่จะก้าวไปสู่อาชีพโค้ชในอนาคต แต่มันก็มาเร็วเกินคาดคิด
ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ที่ผ่านการเล่นมาหลายสโมสร หลังจากออกจากลิเวอร์พูลในปี 2002 ก็ย้ายไปร่วม ลีดส์ ยูไนเต็ด จากนั้นไปร่วม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ย้ายกลับมา ลิเวอร์พูล อีกครั้งในปี 2005 ก่อนจะชีพจรลงเท้าไปเล่นกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ กลับมา แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ปี 2009 ได้มาหาประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ กับการค้าแข้งในลีกออสเตรเลีย เริ่มที่การร่วมทีม นอร์ท ควีนส์แลนด์ และปีถัดมาก็มาอยู่กับ เพิร์ท กลอรี่
ส่วนเส้นทางการเป็นโค้ชที่เจ้าตัวฝันเคยผ่านงานคุมทีมในฐานะสตาฟฟ์ให้กับสโมสรเอ็มเค ดอนส์ ของลีก วัน จากนั้นมาทำทีมบิวรี่ ในลีก วัน เช่นเดียวกัน และเคยเป็นโค้ชฝึกกองหน้าของ ลิเวอร์พูล ในช่วงสั้นๆด้วย
หลังจากที่หมดสัญญากับ เพิร์ท กลอรี่ เจ้าตัวตั้งใจจะกลับไปอบรมโค้ชให้จบ โดยอยู่ในช่วงของการอบรมระดับ บี ไลเซ่น แต่ระหว่างนี้สโมสร พลีมัธ ในลีก ทู ได้ติดต่ออยากจะให้ไปร่วมเป็นสตาฟฟ์ พร้อมกับเป็นผู้เล่นไปด้วย ซึ่งเจ้าตัวยังอยากที่จะเป็นผู้เล่นมากกว่า เพราะไฟยังแรงอยู่ ก็บังเอิญที่ยอดทีมของไทย เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ติดต่อไปพอดี เจ้าตัวเลยตั้งใจจะมาค้าแข้งในไทยลีก 1 ปีก่อน จากนั้นค่อยกลับไปอบรมโค้ชให้จบ
แต่ใครจะเชื่อว่านักเตะที่ต้องการเป็นโค้ชในอนาคต จะได้รับการมอบหมายก้าวขึ้นมาทำหน้าที่เร็วขนาดนี้ด้วยความไว้วางใจจาก เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
ร็อบบี้ มาร่วมทีม ''กิเลนผยอง'' ในฐานะผู้เล่น โดยลงสนามไป 8 นัดยังพังประตูไม่ได้ กับการก้าวขึ้นมาทำหน้าที่โค้ชและประเดิมนัดแรกไปแล้วด้วยการเป็นทั้งโค้ช และผู้เล่นก่อนจะเอาชนะ เอสซีจี สมุทรสงคราม ไปได้ 3-1 กับบทบาทในส่วนนี้เขาคิดอย่างไร
''ก็อด'' เผยความในใจว่า รู้สึกเป็นเกียรติกับการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่ให้ขึ้นมารับมอบหมายใน หน้าที่สำคัญ เรื่องของโค้ชส่วนตัวก็มีความตั้งใจแต่แรกแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะต้องทำหน้าที่เร็วขนาดนี้ ก็ต้องขอบคุณสโมสรเมืองทองฯ ด้วย
มีความกดดันหรือไม่?
''การทำงานทุกอย่างย่อมมีความกดดัน แต่ไม่ใช่อุปสรรค การที่จะประสบความสำเร็จ ไม่ใช่โค้ชคนเดียวจะทำได้ มันต้องมีทีมงานที่ดีด้วย ไม่ว่าบอร์ดบริหาร, ทีมสตาฟฟ์, ทีมแพทย์, ทีมกายภาพ และนักฟุตบอล ถ้าทีมงานแข็งแกร่งทีมก็ไปได้ดี''
สัญญาจะคุมทีมยาวหรือไม่?
''ตรงนี้ไม่ทราบ เพราะสัญญาส่วนตัวคือการเดินทางมาในฐานะผู้เล่น แต่เมื่อได้รับหน้าที่อีกตำแหน่งก็พร้อมทำให้เต็มที่ และให้ดีที่สุดเท่านั้น'' เป้าหมายนับจากนี้ ?
''ผมว่า เมืองทองฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่ดีทีมหนึ่ง พวกเขามีความพร้อมในทุกด้าน ขีดความสามารถของนักเตะเราไม่เป็นรองใคร ซึ่งเรายังคาดหวังกับแชมป์ไทยลีกแม้ว่าจะตามหลังทีมนำอยู่มาก รวมถึงรายการมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ ก็ยังอยู่ในเป้าหมายที่เราจะทำให้ได้ ส่วนตัวเชื่อในศักยภาพของทีมว่าจะไปสู่เป้าหมายในปีนี้ได้''
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น