วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554

ชมบรรยากาศงาน"เมืองทอง ยูไนเต็ด ออฟฟิเชียล สูท บาย เอสแฟร์"

       
        เมื่อวันพุธที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 16.00 น. ณ ชั้น 3 เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว ได้มีงานเปิดตัวคอลเลคชั่นสูทของทีม เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยใช้ชื่องานว่า "เมืองทอง ยูไนเต็ด ออฟฟิเชียล สูท บาย เอสแฟร์"


        ได้รับเกียรติจากบรรดาแขกเหรื่อมากมายนำโดย คุณวิลักษณ์ โหลทอง รองประธานสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด , คุณรณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้จัดการทั่วไปทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด , คุณปิยพรรณ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป และ มร.วินเซนโซ่ ซาบาติโน่ ดีไซน์เนอร์ของแบรนด์เอสแฟร์

        ภายในงานก็ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากมายหลายแขนงที่ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย โดยงานได้เริ่มขึ้น เวลา 16.00 น. ซึ่งเป็นการโชว์เดินแบบเสื้อผ้าของ เอสแฟร์ ที่ได้นายแบบหนุ่มรูปหล่ออย่าง ศรราม เทพพิทักษ์ เป็นตัวชูโรง จากนั้นก็จะเป็นการเดินแบบของเหล่าพ่อค้าแข้งทีม เมืองทอง ยูไนเต็ด นำโดย เชส เรห์มาน , ภาณุพงศ์ วงศ์ษา , ธีรศิลป์ แดงดา , อานนท์ สังสระน้อย , ดานโญ่ เซียก้า , กวิน ธรรมสัจจานันท์ , ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ และ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว

        โดยจุดประสงค์หลักๆในการจัดชุด ออฟฟิเชียล สูท ครั้งนี้ก็เพราะว่า เมืองทอง ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นทีมที่มีชื่อเสียงอยู่ในระดับต้นๆของประเทศไทย และเป็นการเพิ่มตัวตนให้กับนักฟุตบอลด้วยชุดสูทที่ดูเหมาะสมกับนักกีฬา ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้ระหว่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด และ เอสแฟร์ ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานของวงการฟุตบอลไทย ให้ทัดเทียมกับลีกอื่นๆในยุโรปด้วย
     
"เสี่ยเป้" ชี้ร่วมมือเอสแฟร์เพิ่มมูลค่าทีม

        ส่วนทางด้านของ "เสี่ยเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้จัดการทั่วไป "กิเลนผยอง" เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ได้นำเหล่าลูกทีมมาเดินแบบในครั้งนี้ ก้ได้กล่าวถึงการร่วมมือกับเอสแฟร์ว่า "กับการที่เราได้ร่วมงานกับ เอสแฟร์ ในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก กับการที่เราได้มีพันธมิตรที่ดีแบบ เอสแฟร์ แน่นอนว่ามันจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับทีมเราได้มากขึ้นด้วย และแน่นอนว่าทาง เอสแฟร์ เองก็น่าจะได้รากฐานแฟนคลับของสโมสรของเราเข้าไปเพิ่มเช่นกัน การ่วมมือกันในครั้งนี้ถือว่าเราทั้งสองฝ่าย ต่างก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่

        ทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ได้มีชุดสูท ซึ่งแน่นอนว่ามันทัดเทียมกับทีมระดับโลกจริงๆ เพราะว่าเราจะเห็นได้ว่าทีมต่างๆในยุโรปเวลาเดินทางไปไหนเค้าจะใส่สูทกัน ตลอด ซึ่งเราก็พยายามที่จะให้ทีมของเราสร้างมาตรฐานที่ดีและถือว่าเป็นการปรับลุ คของทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ให้ดีขึ้นไปอีกขึ้นหนึ่งด้วย ซึ่งสินค้าของ เอสแฟร์ เองก็ถือว่าเป็นสินค้าที่ดีมากๆด้วย เราจึงเลือกที่จะเป็นพันธมิตรกับ เอสแฟร์  เพราะว่าเราเองเป็นสโมสรที่ดีก็ต้องคู่กับเอสแฟร์ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี เช่นกัน"
     
หวังคั่วแชมป์เอฟเอคัพเอาใจแฟน

        สำหรับในเรื่องของการลุ้นแชมป์ที่ในตอนแรก เมืองทอง ยูไนเต็ด มีความหวังที่จะซิวถึง 4 ถ้วยด้วยกัน ทว่าในตอนนี้กลับเหลือเพียงแค่ 2 ถ้วยเท่านั้นคือ มูลนิธิ ไทยคม เอฟเอ คัพ และ ไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งรายการหลังก็ดูเหมือนจะยากเกินไปแล้วด้วยในตอนนี้ ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งจะตกรอบ รายการ เอเอฟซี คัพ มาหมาดๆหลังจากพ่าย คูเวต เอสซี ไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 0-1 ซึ่งทางด้านของ "เสี่ยเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผจก.ทั่วไปทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

        "ในฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นฤดูกาลที่ค่อนข้างยากสำหรับเรา เพราะว่าอย่างที่ผมเคยบอกไปว่าการเป็นแชมป์นื้นมันยากแต่การป้องกันแชมป์มัน ยากยิ่งกว่า ซึ่งไทยพีเมียร์ลีก ในตอนนี้แต้มของเรากับที่ 1 ถือว่าค่อนข้างห่างแต่แน่นอนว่าเราจะพยายามทำให้ดีที่สุดอยู่ เพื่อการแข่งขัน เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก ในปีหน้าด้วย ส่วนเรื่อง เอเอฟซี คัพ เราเองก็ค่อนข้างผิดหวังกับผลงานที่ออกมาเราเองบุกเยอะมากแต่ว่าทำสกอร์กัน ไม่ได้เอง แน่นอนว่าในตอนนี้ถือว่า รายการ มูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ เป็นรายการที่เราต้องพยายามคว้าแชมป์มาให้ได้เพื่อแฟนๆของเมืองทอง ยูไนเต็ด ทุกคน"
     
เล็งดึงแข้งสเปน,ยุ่น,ทีมชาติไทยเสริม

        แน่นอนว่าในเมื่อผลงานในฤดูกาลนี้ออกมาไม่ค่อยจะสวยงามสัก เท่าไหร่ มันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันบ้างในซีซั่นต่อไป เพื่อที่จะเรียกจิตวิญญาณของแชมป์เปี้ยนส์กลับมา โดยในเรื่องนี้ "เสี่ยเป้"  ได้เปิดเผยว่า "ในฤดูกาลหน้าแน่นอนว่าเราเองคงจะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายนักเตะกันบ้าง ซึ่งในโควต้าต่างชาติบางคนที่อาจจะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้ก็ต้องมี การโยกย้ายออกไป รวมไปถึงนักเตะไทยบางส่วน ซึ่งเราเองก็มีพันธมิตรลูกหนังที่ดีอย่างแอต.มาดริด อยู่แล้ว และตรงนี้ผมคิดว่าเราเองในฤดูกาลหน้าน่าจะได้นักเตะสเปนเข้ามาเสริมทีมอย่าง น้อย 2 รายด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆ นอกจากนั้นผมก็เล็งที่จะใช้โควต้าของนักเตะเอเชียด้วย ในตอนนี้ก็มองไปที่นักเตะญี่ปุ่นอยู่เป็นหลัก เพราะว่านักเตะญี่ปุ่นถือว่ามีระเบียบวินัยดีมาก เราเองน่าจะได้มาเสริมเช่นกัน สำหรับนักเตะไทยแน่นอนว่าหากเราจะเอาเสริมทีมต้องเป็นนักเตะเกรดเอระดับทีม ชาติแน่นอน ซึ่งตรงนี้ก็เริ่มมองๆเอาไว้บ้างแล้วเช่นกัน"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น