| ประวัติสโมสรเมืองทองฯยูไนเต็ด |
| ชื่อสโมสร | สโมสรฟุตบอลเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด |
| สถานที่ตั้ง | 115/66 ซอย รามอินทรา 40 ถนน รามอินทรา, บึงกุ่ม, กรุงเทพฯ 10230 |
| สมญานามทีม | กิเลนผยอง |
| ก่อตั้งเมื่อ | ปี คศ. 1989 (ภายใต้ชื่อ “หนองจอกพิทยานุสรณ์ |
| สนามเหย้า | ยามาฮ่า สเตเดี้ยม (เมืองทองธานี) |
| ความจุสนาม | 17,500 ที่นั่ง |
| |
| เกียรติประวัติสโมสร | |
| 2011 | รองชนะเลิศ, ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. |
| 2010 | ชนะเลิศ, ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. |
| 2010 | รองชนะเลิศ, ฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ |
| 2010 | รอบ 4 ทีมสุดท้าย, ฟุตบอลชิงแชมป์เอเซีย เอเอฟซี คัพ |
| 2010 | อันดับที่ 1, ฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก |
| 2009 | อันดับที่ 1, ฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีก |
| 2008 | อันดับที่ 1, ฟุตบอลดิวิชั่น 1 |
| 2007 | อันดับที่ 1, ฟุตบอลดิวิชั่น 2 |
| |
ความเป็นมาของสโมสร
สโมสรฟุตบอลเมืองทองฯยูไนเต็ดก่อตั้งขึ้นในปี คศ. 1989 ภายใต้ชื่อ “สโมสรฟุตบอลหนองจอกพิทยานุสรณ์” โดยในช่วงเวลานั้นมีประธานสโมสรคนแรกคือนายวรวีย์ มะกูดี. และในปี คศ. 2007 ประธานกลุ่มสยามสปอร์ต นายระวิ โหลทองได้
เทคโอเวอร์สโมสรและขึ้นเป็นประธานสโมสรโดย เปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น “สโมสรฟุตบอลเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด” ในปีเดียวกันนั้นสโมสรได้ลงทำการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 2 และสามารถคว้าแชมป์พร้อมสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นดิวิชั่น 1 โดยในปีต่อมาสามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศ
ในปี 2009 ที่สโมสรเข้าร่วมการแข่งขันลีกสูงสุดของประเทศเป็นปีแรก สโมสรได้เปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนมาเป็นนาย อรรถพล ปุษบาคม อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนของบีอีซี เทโร ศาสนที่เคยนำทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีกมาแล้วเมื่อปี 2002 และในทันทีเมืองทองฯมีศักยภาพที่ดีขึ้น อาจจะตะกุกตะกักในช่วงต้นฤดูกาลแต่ในท้ายที่สุดสามารถทำผลงานได้อย่างสุดยอด และคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกได้ในปีแรกที่ลงทำการแข่งขัน โดยทำสถิติได้แต้มมากที่สุดในบรรดาทีมที่เคยคว้าแชมป์ลีกรวมถึงสถิติเสีย ประตูน้อยที่สุดในลีกเช่นกัน นักเตะที่มีส่วนสำคัญในการนำทีมคว้าแชมป์ในปีนั้นและได้รับการยกย่องว่าเป็น นักเตะต่างชาติที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยคือ ซูมาโฮโร่ ยาย่า โดยทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะลูกยิงมหัศจรรย์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บทำให้ทีมเอาชนะโอสถสภา เอ็ม 150 คว้าแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่
ในปี 2010 การปรับปรุงและต่อเติมสนามยามาฮ่า สเตเดี้ยมได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมสำหรับฤดูกาล 2010 และได้มีการติดต่อทาบทามเรเน่ เดอซาเยียร์ โค้ชชาวเบลเยี่ยมผู้เคยคว้าตำแหน่งโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีของเคลีกมาแล้วเข้ามา กุมบังเหียนในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีม. การเริ่มต้นของเรเน่เป็นไปอย่างสวยหรูด้วยการคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ก. มาครองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วยการชนะแชมป์เอฟเอคัพ อย่างการท่าเรือไทย เอฟซี 2 ต่อ 0 เรื่องราวแห่งความสำเร็จยังต่อเนื่องไปจนถึงการที่ทีมสามารถล้มคู่แข่งแย่ง แชมป์อย่างชลบุรี เอฟซีไปอย่างขาดลอย 4 ต่อ 1 ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยมโดยในนัดดังกล่าวได้บันทึกสถิติยอดผู้ชมสูงสุดขึ้นมาใหม่ด้วยจำนวน ผู้ชมกว่า 21,500 คน ในช่วงกลางฤดูกาลเมืองทองฯต้องสูญเสียผู้เล่นหัวใจสำคัญอย่างซุมาโฮโร่ ยาย่าไปให้กับเกงค์ ทีมดังจากลีกเบลเยี่ยมด้วยค่าตัว 25 ล้านบาทซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของการโยกย้ายนักเตะในประเทศไทย
เมืองทองฯยูไนเต็ดอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ทุก ถ้วยที่ลงทำการแข่งขันในปี 2010 รวมถึงในการแข่งขันระดับเอเซียอย่างเอเอฟซี คัพที่สามารถเข้าสู่รองรองชนะเลิศได้โดยล้มทีมดังอย่างอัล รายยานที่มีอดีตศูนย์หน้าทีมมิดเดิ้ลสโบรห์อย่างอฟอนโซ่ อัลเวส และในรอบรองชนะเลิศสามารถชนะทีมอัล อิตติฮัต 1 ต่อ 0 ในบ้านสนามยามาฮ่า สเตเดี้ยมก่อนในนัดแรกก่อนพลาดท่าพ่ายในการออกไปเยือนนัดที่ 2 ที่ประเทศซีเรีย นับเป็นทีมฟุตบอลทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยที่สามารถเข้าสู่รองรองชนะ เลิศรายการนี้ได้ สำหรับในศึกไทยพรีเมียร์ลีกนั้นเมืองทองฯสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จในนัด รองสุดท้ายของฤดูกาลด้วยการออกไปเสมอทีมแกร่งอย่างเอสซีจี สมุทรสงคราม 0 ต่อ 0 คว้าแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 2 ติดต่อกัน สำหรับในส่วนของเอฟเอคัพนั้น เมืองทองฯเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกเช่นกันโดยพบกับคู่ปรับอย่าง ชลบุรี เอฟซีก่อนที่จะขับเคี่ยวกันอย่างสนุกและพ่ายให้กับชลบุรีในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1 ต่อ 2 คว้าพลาดโอกาสคว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น