
ศึกลูกหนัง "เอเอฟซีคัพ 2011" รอบก่อนรองชนะเลิศ นัด 2 เกมวันอังคาร ที่ 27 ก.ย. นี้มีดวลแข้งกัน 4 คู่เช่นเดิม ที่สนามอัลฮารีรี่ สเตเดี้ยม อาบิล (อิรัก) พบ เปอร์ซิบปูล่า จายาปูล่า (อินโดนีเซีย), ที่สนามดูฮูค สตเดี้ยม ดูฮูค (อิรัก) พบ เวชดาท (จอร์แดน)
ส่วนสองตัวแทนของประเทศไทย อย่าง ชลบุรี เอฟซี บุกเยือน นาซาฟ จาก อุซเบกิสถาน ที่สนามมากัสซี่ สเตเดี้ยม เมืองคาชิ เวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลาในประเทศไทย 21.00 น. ขณะที่ "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เปิดรังยามาฮ่า สเตเดี้ยม รับมือ คูเวต เอสซี เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางทูรสปอร์ต 3
โดยผู้ตัดสินเกมดังกล่าว เป็นชาวเกาหลีใต้ทั้ง 4 ราย ส่วนแมตช์คอมมิชชันเนอร์เป็นชาว ฟิลิปปินส์ ด้าน ผช.แมตช์คอมมิชชันเนอร์ เป็นชาว เมียนมาร์ ขณะที่ชุดการแข่งขัน เมืองทองฯ จะมาในชุดเก่ง เสื้อแดง กางเกงดำ ถุงเท้าดำ ด้านชุดผู้รักษาประตู สีดำ ล้วน ถุงเท้าแดง ส่วนทีมเยือน คูเวต เอสซี ผู้เล่นชุดขาวล้วน ผู้รักษาประตู สีน้ำเงินล้วน
เมื่อเวลา 14.00 น. ของ วันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา สโมสรเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ได้จัดให้มีการแถลงข่าว ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม ท่ามกลางสื่อมวลชน ที่ให้ความสนใจเดินทางไปทำข่าวกันอย่างคับคั่ง โดยฝ่ายจัดการแข่งขันได้ให้ทีมเยือนซึ่งนำมาโดย ดารแกน ทาลาจิค กุนซือใหญ่ชาวโครเอเชีย พร้อมด้วยนักเตะอย่าง อาเหม็ด อัลซามมารี่ เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อน
โดยกุนซือใหญ่ชาวโครเอเชีย ยังให้สัมภาษณ์แบบโวแหลกอีกตามเคยว่า ตนพยายามให้ลูกทีมระลึกอยู่เสมอว่าเกมนี้สกอร์เสมออยู่ที่ 0-0 ในส่วนสภาพทีมซึ่งเกมแรกต้องยอมรับว่านักเตะเราเจ็บหลายราย มาเกมนี้เราพร้อมทุกขุมกำลัง โดยนักเตะตัวเก่งของเราอย่าง โรเกดิโอ้ เดอ ชิลลา เคลาตินโญ่ กับ ลาซาน่า ฟาเน่ นักเตะดีกรีทีมชาติมาลี น่าจะได้ลงในตำแหน่งตัวจบเกมอีกทั้งผู้เล่นตัวสำคัญ อาเหม็ด อัลซามารี่ มีโอกาสจะได้ลงประสานงานในเกมรุก ขณะเดียวกันในเรื่องของสภาพอากาศคิดว่าไม่เป็นปัญหาแน่นอน เมืองทองฯ เยือนคูเวต ยังปรับตัวได้เร็ว เรามาเยือนในสภาพภูมิอากาศแบบนี้ก็มั่นใจว่าปรับตัวได้ภายในระยะเวลาอันรวด เร็วเช่นกัน"
นอกจากนั้นกุนซือทีม คูเวต เอสซี ยังกล่าวต่อไปอีกว่า "เรารู้ว่าสถิติการเล่นของทีม เมืองทองฯ เล่นกันได้ค่อนข้างดีที่สนามยามาฮ่า สตเดี้ยม พวกเขาไม่แพ้ใครมาหลายนัด โดยเฉพาะเกม "เอเอฟซี คัพ" ซึ่งชนะทีมจากย่านตะวันออกลางเสียด้วย เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า คูเวต เอสซี นี่แหละที่จะบุกยัดเยียดความปราชัยให้เป็นทีมแรก"
ต่อข้อซักถามของผู้สื่อข่าวถึงการที่เกมนี้พวกเขาจะต้องผจญ กับเสียงเชียร์ของ สาวก "อุลตร้าเมืองทองฯ" ที่คาดว่าจะมาให้กำลังใจเต็มความจุของสนามยามาฮ่า สเตเดี้ยมกว่า 2 หมื่นคน อีกทั้งมี สองดาวเตะระดับ "พรีเมียร์ลีก" อย่าง เรห์มาน เซช และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เป็นกำลังสำคัญ ว่า "เสียงเชียร์จากแฟนบอลของ เมืองทองฯ 2 หมื่นคนนั้นไม่เป็นผลแน่ หรือต่อให้มาอีก 4 หมื่นคนนั้นก็คิดว่าไม่มีปัญหาสำหรับพวกเรา เพระหลังจากจบ 90 นาทีพวกเขาจะออกจากสนามอย่างไม่มีความสุข"
ขณะเดียวกัน กุนซือจอมโอหังชาว โครเอเชีย ยังกล่าวอีกว่า "เมืองทองฯ ถือว่ามีศักยภาพนักเตะที่ดีเยี่ยมพวกเขามีทั้ง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ สมัยก่อนเป็นกองหน้าระดับโลกปัจจุบันยังถือว่ามีพิษสงรอบตัว อีกทั้ง เรห์มาน เซช ก็เคยมีประสบการณ์ระดับพรีเมียร์ลีกมา แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องให้ความเคารพแก่นักเตะไทยด้วยไม่ประมาทเป็นดีที่ สุด"
นอก จากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามอีกว่า รู้จัก "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าเบอร์หนึ่งทีมชาติไทยหรือไม่นั้น ดราแกน ทาลาจิค กุนซือใหญ่ของ คูเวต เอสซี เผยว่า "พวกเรามีข้อมูลของ ธีรศิลป์ แดงดา พอสมควร และรู้ด้วยว่า สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ด้วยการยิงทีมชาติ ออสเตรเลีย และ กับทีมชาติโอมาน 2 เกมล่าสุด แต่การที่เมืองทองฯ มีนักเตะที่เก่งฉกาจอยู่คนเดียวนั้นย่อมไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบแน่ ขณะเดียวกันตนก็ไม่อยากจะคิดมากถึงเรื่องนี้กลัวหัวระเบิด เอาเป็นว่าทีมต้องชนะแน่"
ส่วน อาเหม็ด อัลซามมารี่ ห้องเครื่องจอมเก๋าของทีม คูเวต เอสซี มั่นใจเต็มร้อยว่าทีมต้องชนะเข้ารอบให้ได้เหมือนปี 2009 "เรามีประสบการณ์ ในการเล่นฟุตบอลเอเอฟซี คัพ มาแล้วในรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยเฉพาะปี 2009 แล้วเราก็สามารถผ่านรอบนี้เข้าชิงกับ อัล คาราม่าห์ พร้อมกับคว้าแชมป์ มาได้ แน่นอนว่าเกมนี้แม้ว่าเราจะชนะไม่เยอะ แต่ก็ถือว่าได้เปรียบอยู่ดี และมั่นใจว่าทีมต้องเก็บชัยชนะ พร้อมกับผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้อีกแน่" ดาวเตะ คูเวต เอสซี กล่าว
ต่อมาเป็นคิวของทีมเจ้าบ้าน "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด แถลงข่าวบ้าง โดย "ผู้พัน" เอ็นริเก้ คาริสโต้ กุนซือใหญ่ชาว "ฝอยทอง" โปรตุเกส เผยถึงความพร้อมของลูกทีมก่อนดวลกับ คูเวต เอสซี ว่า "นักเตะเราได้พักผ่อนกันเยอะ อย่างไรก็ตามโจทย์เราถือว่าหนัก หนาสาหัสเพราะว่าต้องเอาชนะ 2 ลูกขึ้นไป ถึงจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ ส่วน ธีรศิลป์ แดงดา นั้นอาจจะได้ลง เนื่องจากมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้ 2 วันแล้ว ถ้าเช็กความฟิตผ่านเขาก็น่าจะเป็นตัวจริงในเกมนี้เช่นเดียวกับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อย่างไรก็ตามตนขอเน้นทีมเวิร์กเป็นสำคัญในเกมนี้"
ต่อข้อซักถามถึงจุดอ่อน-จุดแข็ง ของทีมคูเวต เอสซี เท่าที่เจอกันมาในนัดแรกนั้น กุนซือแดน "ฝอยทอง" กล่าวเสริมอีกว่า "เกมแรกเราก็มีโอกาสที่จะได้ประตูเยอะ แต่ก็จบไม่ลง แน่นอนว่าเวลานี้ คูเวต อาจจะได้เปรียบแต่ ฟุตบอลแข่ง 90 นาที อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น"
นอกจากนั้นผู้สื่อข่าวยังถามถึงการขจัดเกมรุกของ โรเกดิโอ้ เดอ แอสซิล ซิลวา เคลาตินโญ่ มิดฟิลด์ค่าตัว 100 ล้านเหรียญที่คูเวต เอสซี จ้างมาร่วมทีม และเป็นผู้ยิงประตูชัยในเกมที่ผ่านมาโดย เอ็นริเก้ คาริสโต้ กุนซือ "กิเลนผยอง" เผยเรื่องนี้ว่า "ก็ต้องยอมรับว่า "โรเกดิโอ้" เป็นนักเตะที่มีความคล่องตัวและมีความเร็วสูง แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ นักเตะจากบราซิล คนนี้เพียงรายเดียวเท่านั้น นักเตะคนอื่นๆ ของ คูเวต เราก็จะประมาทพวกเขาไม่ได้เป็นอันขาด ซึ่งตรงนี้จึงเป็นที่มาของคำว่า เราต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ในสนามแข่งขันในวันดังกล่าว หากว่าเราทำได้แล้วโอกาสจะชนะก็มีความเป็นไปได้สูง"
นอกจากนี้ เอ็นริเก้ คาริสโต้ จัดทัพในระบบ 4-3-3 มี กวิน ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา แบ้กซ้าย วีระวุฒิ กาเหย็ม คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ กับ ภานุพงษ์ วงศ์ษา ขันเกมรับ ส่วยแบ็กขวา เป็นหน้าที่ของ ไพฑูรย์ เทียบมา แดนกลาง วาง 3 ทหารเสือ ดัสกร ทองเหลา, ดักโน่ เซียก้า และ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ทำเกมร่วมกัน ขณะที่แดนหน้า 3 รายเช่นกัน มี คริสเตียน เคาคู, ปิยพล บรรเทา เป็นตัวทะลุทะลวง และ ส่ง "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา เป็นหัวหอกตัวเป้า
"ต้องขอบอกว่าเกมนี้กับเกมที่แล้วไม่เหมือนกันแน่นอน เพราะตอนนั้นนักเตะในแนวรับของเราอย่าง ภานุพงษ์ วงศ์ษา กับ ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ รวมถึง เรห์มาน เซช ยังมีอาการบาดเจ็บไม่หายดีนัก อีกทั้ง พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,ดัสกร ทองเหลา ก็ยังไม่สมบูรณ์แต่กับเกมนี้ มั่นใจว่านักเตะเราสมบูรณ์ทุกขุมกำลัง" คาริสโต้ กล่าว
ทางด้าน "เสี่ยเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผจก.ทั่วไปของ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เผยกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ โดน ดราแกน ทาลาจิค กุนซือคูเวต เอสซี คุยข่มว่า "จริงๆ แล้วมันเป็นสงครามจิตวิทยา ก็อยากจะให้เขาประมาทกับ เมืองทองฯ อย่างนี้ต่อไป และพวกเขาจะได้เห็นว่าการที่เราเล่นในบ้านในนามสโมสรตัวแทนจาก ประเทศไทย ที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยมนั้นอันตรายเพียงใด ต้องขอบอกตามตรงว่าเราไม่ได้หวั่นเกรงสโมสรจาก ตะวันออกลางเลยสักนิด เพราะฤดูกาลที่แล้ว เมืองทองฯ มีประสบการณ์กับการเล่น เอเอฟซี คัพ สามารถผ่านทีมอย่าง อัล รายยาน ในรอบ 16 ทีม และ รอบ 8 ทีมก็ผ่าน อัล คารามาห์ เกือบจะเข้าชิงได้ถ้าไม่แพ้ อัล อิติฮัด ขณะเดียวกัน ในรอบ 16 ทีมในฤดูกาลนี้ เราก็ไล่ถล่ม อัล อะเฮด จาก เลบานอน ถึง 4-0 มั่นใจว่าทีมจะสามารถเช็กบิลได้ภายใน 90 นาที"
นอกจากนั้น ผจก.ทั่วไป "กิเลนผยอง" ยังเผยถึงเงินอัดฉีดในแต่ละรอบของศึก "เอเอซี คัพ" ว่า "เมืองทองฯ ยังยึดตามนโยบายเดิม คือถ้าหากนักเตะสามารถผ่านรอบนี้ไปได้ก็จะให้เงินอัดฉีด 500,000 บาท ขณะเดียวกันเงินแชมป์รายการนี้ 350,000 เหรียญ ยูเอสเอ เราจะยกให้กับนักเตะหมด ซึ่งก็การันตีได้เลยว่า หากเมืองทองฯ สามารถคว้าแชมป์ "เอเอฟซี คัพ" ได้นักเตะจะมีเงินไปแบ่งกันชัวร์ๆ ประมาณ 15 ล้านบาท "เสี่ยเป้" กล่าวทิ้งท้าย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น